วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ป๋าเปรม'เปิดงานฉลอง40ปี สัมพันธ์การทูต'ไทย-จีน'

“ป๋าเปรม” เปิดงานฉลอง 40 ปี สัมพันธ์การทูต “ไทย - จีน”

พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับราชอาณาจักรไทย ซึ่งจัดขึ้นโดยนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมวัฒนธรรมไทย-จีน ส่งเสริมความสัมพันธ์ และสมาคมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยและประเทศจีนมีความสัมพันธ์ฉันท์มิตรอันยาวนาน โดยเฉพาะเมื่อ 40 ปีก่อน ผู้นำไทยและจีนได้เปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์ 2 ประเทศ ตนรู้สึกภาคภูมิใจในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลได้รับเกียรติให้ไปเยือนประเทศจีนหลายครั้งตามคำเชิญของรัฐบาลจีน จึงมีส่วนร่วมและเป็นสักขีพยานในการพัฒนาความสัมพันธ์ของสองประเทศ และได้ผูกมิตรสัมพันธ์กับผู้นำจีนทุกท่านทุกสมัยอย่างลึกซึ้ง ตลอดระยะเวลา 40 ปี การแลกเปลี่ยนทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

พล.อ.เปรม กล่าวว่า ผู้นำของสองชาติให้ความสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในระดับสูง โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงตั้งพระทัยเรียนภาษาจีนเป็นเวลากว่า 30 ปี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัคราชกุมารี ทรงศึกษากู่เจิงอย่างต่อเนื่อง และทรงริเริ่มคอนเสิร์ตสายสัมพันธ์สองแผ่นดิน รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ได้เริ่มดำเนินโครงการฉลองตรุษจีนที่ประเทศไทยเป็นเวลา 10 กว่าปีติดต่อกัน มวยไทย ละครไทย และอาหารไทย กำลังได้รับความนิยมจากชาวจีนมากยิ่งขึ้น ความงดงามของทิวทัศน์ และธรรมชาติของไทยได้สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย หลายล้านคนต่อปี

“ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ฉันท์มิตร โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนในด้านวัฒนธรรมระหว่าง จีนและไทยแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นเป็นระดับใหม่ ผมมั่นใจว่าอนาคตแห่งความสัมพันธ์ไทย กับ จีนจะรุ่งเรืองยิ่งขึ้น และการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมจะขยายขอบเขตมากขึ้น ไม่เพียงแต่สร้างความผาสุกให้ประชาชนทั้งสองประเทศ หากยังสร้างความคุณความดีต่อการส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาของโลกอีกด้วย”ประธานองคมนตรีกล่าว

ขณะที่ นายหนิง ฟู่ซุย เอกอัครราชฑูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า นับแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตมา 40 ปี ความสัมพันธ์ไทยและจีนได้ผ่านการทดสอบสถานการณ์โลกที่ผันผวนแปรปรวน ยังคงรักษาแนวโน้มการพัฒนาที่แข็งแกร่งและมั่นคงมาโดยตลอด เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับประเทศที่ระบบสังคมต่างกัน พัฒนาความสัมพันธ์และอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตร ในด้านการเมืองสองประเทศมีความเข้าใจและความเคารพต่อกัน ไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน ทั้งนี้ผู้นำสองประเทศได้เยี่ยมเยือนกันบ่อยครั้งเหมือนเยี่ยมญาติ ทั้งสองประเทศให้ความเข้าใจกัน และสนับสนุนต่อกันในประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับประโยชน์ของอีกฝ่าย ให้ความช่วยเหลือกันในยามตกทุกข์ได้ยาก

นาย หนิง ฟู่ซุย กล่าวว่า ในด้านเศรษฐกิจสองประเทศได้ร่วมมือกันโดยเอื้อผลประโยชน์แก่กันและพัฒนาไปพร้อมกัน ปี ค.ศ.2014 ยอดการค้าระหว่างสองประเทศสูงถึง 72,600 ล้านดอลล่าสหรัฐฯ ความร่วมมือด้านรถไฟฟ้าและด้านการค้าสินค้าเกษตรได้ดำเนินไปอย่างมีเสถียรภาพ และได้รับความคืบหน้าอันแข็งขันอย่างต่อเนื่อง สองประเทศได้เรียนรู้เข้าใจกันจากการแลกเปลี่ยนและเดินก้าวหน้าไปพร้อมกัน ความสัมพันธ์ระหว่างของชาติได้พัฒนาราบรื่นอย่างวันนี้ เป็นผลมาจากการผลักดันที่แข็งขันจากพระบรมวงศานุวงศ์ไทย และรัฐบาลไทย และก็ขาดการสนับสนุนอย่างเต็มที่ขององคมนตรีไม่ได้

“พล.อ.เปรม เป็นนักการเมือง และผู้อาวุโสของประเทศไทย และเป็นเพื่อนเก่าแก่ที่ประชาชนจีนคุ้นเคยและนับถือกัน พล.อ.เปรม ให้ความสนใจและทุ่มเทในการเพิ่มพูนมิตรภาพที่ได้สืบทอด กันมาระหว่างจีนกับไทย เป็นระยะเวลาอันยาวนาน สร้างประโยชน์มากมายแก่การพัฒนาความสัมพันธ์ความร่วมมือฉันท์มิตรอันแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ ฝ่ายจีนให้ความสำคัญและขอขอบคุณที่องคมนตรีได้สร้างคุณูปการอันแข็งขันต่อมิตรภาพสองประเทศ และยินดีที่จะกระชับความร่วมมือกับองคมนตรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ร่วมกันใช้ความพยายามส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ฉันท์ครอบครัวนี้ยิ่งลึกซึ้งขึ้นไป ”