นักวิทย์ฯสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เผย อูฐหนุ่มสาวเป็นแหล่งแพร่เชื้อหลักของโรคเมอร์ส ขณะที่ซาอุฯมีผู้ติดเชื้อเดือนนี้ลดลงจากปีก่อน
นักวิทยาศาสตร์จากห้องทดลองวิจัยสัตวแพทย์กลางยูเออี ซึ่งเป็นห้องทดลองด้านภูมิคุ้มกันวิทยาที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของตะวันออกกลาง เก็บตัวอย่างเซรุ่มจากอูฐวัยต่าง ๆ กว่า 1,000 ตัวในหลากหลายพื้นที่นำมาทดสอบหาไวรัสเมอร์ส พบว่าอูฐที่โตเต็มวัย เช่น แม่อูฐมีภูมิคุ้มกันเมอร์ส 100% หมายความว่าระหว่างที่พวกมันดำรงชีวิต มันเคยติดไวรัสเมอร์สและสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา
หัวหน้าห้องทดลองวิจัยสัตวแพทย์กลางยูเออี “นายฮาบิล ยู เวอร์เนอรี” อธิบายว่า ความเสี่ยงในการติดโรคเมอร์สมาจากลูกอูฐเนื่องจากลูกอูฐกินนมแม่ในช่วงเดือนแรก ๆ จึงมีภูมิคุ้มกัน จากนั้นภูมิคุ้มกันจะหายไปเปิดช่องให้ไวรัสเข้าสู่ร่างกายลูกอูฐเขาจึงคาดว่า ลูกอูฐอาจแพร่เชื้อไวรัสให้กับมนุษย์ได้ในช่วงนี้
ส่วนที่ซาอุดีอาระเบีย กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่าปัจจุบันซาอุฯ มีผู้ป่วยเมอร์สทั่วประเทศ 1,038 รายแม้ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเมอร์สในซาอุฯ ยังไม่ถึงขั้นแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง แต่กระทรวงขอให้ศูนย์การแพทย์ทุกแห่งยังคงเฝ้าระวัง และเตรียมการรับและรักษาผู้ป่วยเมอร์ส
ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค “นายฮาอิล เอ็ม อาลับเดลี” เปิดเผยว่า ศูนย์การแพทย์ทุกแห่งจะดำเนินการตรวจร่างกายเบื้องต้น ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจจะได้รับการตรวจสอบทันทีที่เดินทางถึงโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลจะแยกตัวผู้ที่มีอาการต้องสงสัย และใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องรักษาต่อไป

