วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจรจากรีซชะงักกดหุ้นโลกร่วง

ตลาดหุ้นสหรัฐ และยุโรป ปรับตัวลดลง หลังมีสัญญาณรอบใหม่เกี่ยวกับปัญหาในการเจรจาระหว่างกรีซ กับกลุ่มเจ้าหนี้

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ของสหรัฐ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) ร่วงลง 174.83 จุด หรือ 0.96% มาอยู่ที่ 17,969.24 จุด

ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 15.34 จุด หรือ 0.72% ที่ 2,108.86 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวลงมา 24.14 จุด หรือ 0.53% ที่ 4,524.60 จุด

หุ้นสหรัฐเดินสู่ขาลง ตามการร่วงลงของตลาดหุ้นหลักๆ ในยุโรป โดยดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ลดลงไป 0.62% มาอยู่ที่ 11,471.26 จุด ส่วนดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ปรับลงมา 0.24% ที่ 5,045.35 จุด และดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ลดลงเล็กน้อย 0.15% ที่ 6,844.80 จุด

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ทั้งตลาดสหรัฐ และยุโรป ต่างได้รับผลกระทบจากภาวะชะงักงัน ในการเจรจาเรื่องหนี้กรีซ หลังที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศยูโร ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวานนี้ ต้องยุติลงโดยที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ แม้ว่าจะใกล้ถึงกำหนดเส้นตายที่กรีซต้องชำระหนี้ให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ในสัปดาห์หน้าแล้วก็ตาม

ประธานกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโร นายเจอโรน ดิสเซลโบลม กล่าวว่า เป็นเรื่องโชคร้าย ที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ แต่ที่ประชุมตัดสินใจที่จะเดินหน้าทำงานกันต่อไป และจะมีการกลับมาประชุมกันอีกครั้ง ในเวลา 13.00 น วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น

ผลผลิตสหรัฐพุ่งทำราคาน้ำมันร่วง
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเมื่อวานนี้ หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันสำรองรายสัปดาห์ ที่แสดงให้เห็นว่า ผลผลิตน้ำมันในสหรัฐยังคงเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนสิงหาคม ที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ ลดลง 74 เซนต์ มาอยู่ที่ 60.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลง 96 เซนต์ ปิดซื้อขายที่ 63.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขาลงของน้ำมันเกิดขึ้น หลังรายงานประจำสัปดาห์ของกระทรวงพลังงานสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 1 สัปดาห์ นับถึงวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐมีการผลิตน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และปริมาณน้ำมันดิบสำรอง ที่แม้จะลดลงมา 4.9 ล้านบาร์เรล แต่ก็ยังอยู่ใกล้กับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 463 ล้านบาร์เรล