วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เซาธ์แคโรไลนาหวั่นเกิดสงครามสีผิว

ชาวรัฐเซาธ์แคโรไลนาสหรัฐ หวั่นเกิดสงครามสีผิว แนะสร้างความปรองดองก่อนสายเกินแก้ ด้าน“โอบามา”เรียกร้องสภาคองเกรส เร่งปฏิรูปกฎหมายปืน

นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคไทรเดนท์ นางสาวเคย์กา ไรท์ มองว่าเรื่องสีผิวยังเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ ที่ทุกคนพยายามซุกไว้ใต้พรมและเลี่ยงที่จะไม่พูดถึง ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามสีผิวในสหรัฐ ดังนั้นความปรองดองจึงเป็นสิ่งจำเป็นในประเทศนี้และต้องหยุดการกีดกันคนจากสังคมเพราะเชื้อชาติ ความเชื่อ และศาสนา แต่เชื่อว่าเหตุขัดแย้งระหว่างสีผิวที่คุกรุ่นในขณะนี้จะทำให้ทุกคนหันหน้าเข้าหากันได้และประเทศต้องได้รับการเยียวยา

ขณะที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลโรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐเซาธ์แคโรไลนา นายเคนเนธ แกเธอร์สแย้งว่า ไม่มีสงครามสีผิวเขาเชื่อว่าชายวัย 21 ปีที่กราดยิงชาวผิวสีในโบสถ์เมื่อไม่กี่วันก่อนมีปัญหาทางจิต เพราะถ้าหากเป็นคนปกติ จะต้องแยกแยะผิดชอบชั่วดีออก

อย่างไรก็ตาม ตำรวจนายหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุกราดยิงชาวผิวสีในโบสถ์และหวังว่าตัวเขาจะจุดชนวนสงครามสีผิวในสหรัฐได้

ขณะที่ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แถลงสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมประจำปีของนายกเทศมนตรีในสหรัฐ ที่เมืองซานฟรานซิสโกว่า เหตุกราดยิงที่โบสถ์ในเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา เมื่อกลางสัปดาห์ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ สะท้อนแนวคิดเสื่อมถอยเรื่องการเหยียดเชื้อชาติและสีผิวที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในสังคมอเมริกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องต่อสู้ร่วมกัน เพื่อลบล้างทัศนคติเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป

ผู้นำสหรัฐยังเรียกร้องให้สภาคองเกรส เร่งปฏิรูปกฎหมายควบคุมการถือครองอาวุธปืนให้มีความเข้มงวดขึ้นกว่านี้ โดยอ้างอิงสถิติของรัฐบาลเมื่อปี 2556 ที่ระบุว่า มีชาวอเมริกันกว่า 11,000 คน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่มีอาวุธปืนเข้ามาเกี่ยวข้อง และยืนยันว่า ทำเนียบขาวเรียกร้องเรื่องนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2556 หลังเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมศึกษาแซนดี้ ฮุก ในรัฐคอนเนตทิคัต ที่คร่าชีวิตเด็กนักเรียน 20 คน และครูผู้หญิง 6 คน แต่สภาคองเกรสกลับเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว