วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนสแด็กทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่

ดัชนีแนสแด็ก ของสหรัฐ พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นไปอย่างคึกคัก

ดัชนีแนสแด็กของสหรัฐ ทะยานขึ้นมา 68.07 จุด หรือ 1.34% มาอยู่ที่ 5,132.95 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับจึ้น 180.10 จุด หรือ 1.0% ที่ 18,115.84 จุด และดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับขึ้น 20.80 จุด หรือ 0.99% ปิดซื้อขายที่ 2,121.24 จุด

นักวิเคราะห์ ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มาจากการที่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย ธนาคารกลางสหรัฐ ตัดสินใจที่จะปรับอัตราดอกเบี้ย จากปัจจุบันที่อยู่ใกล้ระดับ 0% ให้ขยับขึ้นมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ขอรับผลประโยชน์จากการว่างงานลดลง

ทางด้านตลาดหลักๆ ของยุโรป ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แม้จะมีความกังวลในเรื่องเจรจาระหว่างกรีซ กับกลุ่มเจ้าหนี้ เกาะติดตลาดอยู่ก็ตาม

ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ขยับขึ้น 0.41% มาอยู่ที่ 6,707.88 จุด ส่วนดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 0.27% ที่ 4,803.48 จุด และดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ปรับขึ้น 1.11 % มาอยู่ที่ 11,100.30 จุด

เทรดเดอร์ชี้ว่า ตลาดยุโรปได้แรงหนุนจากการซื้อขายในช่วงเปิดตลาดที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และแนวโน้มด้านบวกนี้ ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งภูมิภาค

ดอลลาร์อ่อนหนุนราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบถูกลง สำหรับผู้ซื้อที่ใช้เงินสกุลอื่นๆ ที่อ่อนค่ากว่าดอลลาร์

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ในตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ ขยับขึ้นมา 53 เซนต์ มาอยู่ที่ 60.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ปรับขึ้น 39 เซนต์ ที่ 64.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ ที่จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเวลานี้ ตามความคาดหมายของตลาด ประกอบกับการมองแนวโน้มเศรษฐกิจว่า จะค่อยเติบโตขึ้นมาอย่างช้าๆ สร้างแรงกดดันให้กับเงินดอลลาร์ จนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ