เกษตรกรในสหรัฐต้องฆ่าไก่ไข่และสัตว์ปีกอื่น ๆ เกือบ 40 ล้านตัว เนื่องจากการระบาดของไข้หวัดนกในหลายรัฐ ทำให้ราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว
การระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวักนกครั้งนี้ซึ่งทางการสหรัฐคาดว่าเกิดจากการติดเชื้อในเป็ดและห่านป่า ก่อนที่จะแพร่ระบาดไปยัง 15 รัฐในสหรัฐ และอีก 2 รัฐในแคนาดา ทำให้ต้องกำจัดไก่ไข่และไก่งวงราว 39 ล้านตัวทั่วประเทศ
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ราคาขายส่งไข่ไก่ในสหรัฐพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากโหลละ 63 เซนต์ หรือราว 20 บาทในเดือนเมษายน มาอยู่ที่โหลละ 1.83 ดอลลาร์ หรือราว 59 บาทในสัปดาห์นี้ เนื่องจากไข่ไก่เริ่มขาดตลาด
ขณะที่บริษัทอาหารหลายรายก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไข้หวัดนกเช่นกัน ตัวอย่างเช่น "เนสท์เล่" ซึ่งใช้ไข่ไก่เป็นส่วนผสมไอศกรีมแบรนด์ "เดรเยอร์ส" "อีดีส์" และ "ฮาเก้น ดาส" ยอมรับว่า ขณะนี้กำลังประสบปัญหาขาดแคลนไข่ไก่ และได้ประสานกับซัพพลายเออร์ของตนให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันไก่จากไข้หวัดนกแล้ว
ส่วน "ดังกิ้น แบรนด์ส" ซึ่งเป็นเจ้าของเชนไอศกรีมและโดนัทอย่าง "ดังกิ้น โดนัท" และ "บาสกิ้น-ร็อบบินส์" ระบุว่า บริษัทจะให้บรรดาผู้ซื้อแฟรนไชส์ตัดสินใจว่า จะยอมแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง หรือปรับขึ้นราคา ซึ่งก็จะกลายเป็นภาระของลูกค้า
ขณะที่รัฐไอโอวา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไข่ไก่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือการระบาดของไข้หวัดนกและทำการกำจัดไก่ไปแล้ว 25 ล้านตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่ไก่สำหรับผลิตไข่ไก่ และหลังจากที่มีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกในฟาร์มแห่งที่ 63 เมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ก็มีคำสั่งห้ามนำสัตว์ปีกมีชีวิตออกแสดงในงานต่าง ๆ





