วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอส แอนด์ พี 500 ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่

ดัชนี เอสแอนด์ พี 500 ของสหรัฐ พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ แรงหนุนจากการทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

เมื่อวานนี้ (14 พ.ค.) ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับเพิ่มขึ้น 22.62 จุด หรือ 1.08% มาอยู่ที่ 2,121.10 จุด สูงกว่าสถิติที่ทำไว้ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา 3 จุด

ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ทะยานขึ้น 191.75 จุด หรือ 1.06% มาอยู่ที่ 18,252.24 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับขึ้น 69.10 จุด หรือ 1.39% ปิดซื้อขายที่ 5,050.80 จุด

นักวิเคราะห์ชี้ว่า นอกจากแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีแล้ว การทะยานขึ้นของตลาดส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยทางด้านเทคนิค

ทั้งการทำสถิติใหม่ของเอส แอนด์ พี 500 ยังสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอย่างต่อเนื่องของหุ้นสหรัฐ ผลจากการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายอย่างมากของทางการสหรัฐ

ทางด้านตลาดหุ้นหลักๆ ของยุโรป ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน แม้ปริมาณการซื้อขายจะค่อนข้างเบาบาง ก่อนหน้าที่จะถึงวันหยุดในเยอรมนี และฝรั่งเศส

ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ปรับขึ้น 0.34% มาอยู่ที่ 6,973.04 จุด ส่วนดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ขยับขึ้น 1.36% มาอยู่ที่ 5,029.31 จุด และดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ทะยานขึ้นมา 1.84% มาอยู่ที่ 11,559.82 จุด

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ยังมองไม่เห็นปัจจัยหนุนที่ชัดเจนของการทะยานขึ้นของตลาดยุโรปเมื่อวานนี้ แต่อาจเป็นได้ว่า เป็นการเคลื่อนไหวตามทิศทางของดัชนีหุ้นในสหรัฐ

น้ำมันลดต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความวิตกถึงความเป็นไปได้ที่ราคาในตลาดจะทะยานขึ้นมากเกินไป เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ยังมีการจัดหาล้นตลาดอยู่

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนมิถุนายน ในตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ ลดลง 62 เซนต์ มาอยู่ที่ 59.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลง 22 เซนต์ ที่ 66.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า แม้ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐจะลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่การจัดหาก็ยังอยู่ในระดับสูงอยู่ ด้วยปริมาณการผลิตในสหรัฐ ที่สูงกว่า 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดนับแต่ช่วงทศวรรษ 70 เป็นต้นมา