วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลเนปาลขอเต็นท์-อาหารเพิ่ม

รัฐบาลเนปาลขอความช่วยเหลือเพิ่มเต็นท์-อาหารที่ปราศจากเนื้อวัว และเนื้อหมูปะปน ขณะที่เอดีบีคาด เศรษฐกิจเนปาลในปีนี้จะโตแค่ 3-3.5%

รัฐมนตรีข่าวสารเนปาล นายมิเนนทรา ริจัล แถลงว่า เนปาลต้องการเต็นท์เพิ่มอีกอย่างน้อย 400,000 หลัง เนื่องจากปริมาณเต็นท์ที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถรองรับประชาชนได้เพียง 29,000 คนเท่านั้น ขณะที่ประชาชนอีกหลายล้านคนต้องอาศัยอยู่กลางแจ้ง หรือตามซากปรักหักพังของอาคารที่ยังมีพื้นที่พอให้เข้าไปหลบภัยได้

นายริจัลกล่าวด้วยว่า ชาวเนปาลทุกคนมีความซาบซึ้งใจและขอบคุณความช่วยเหลือจากชาวโลกที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะความช่วยเหลือด้านอาหาร แต่อาหารจำนวนมากไม่สามารถนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนได้ เนื่องจากมีส่วนผสมของเนื้อวัวและเนื้อหมู หรือผลิตโดยใช้ไขมันจากวัวหรือหมู รัฐบาลจึงขอให้ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ คำนึงถึงข้อปฏิบัติตามหลักศาสนาของชาวเนปาล และขอแนะนำว่า การบริจาคอาหารแห้งจำพวกธัญพืชถือว่าปลอดภัยที่สุดสำหรับประชาชน

ขณะที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี ประเมินจำนวนประชาชนซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. อยู่ที่ 8.1 ล้านคน มากกว่า 1 ใน 4 ของพลเมืองเนปาลทั้งประเทศ ซึ่งมีอยู่ราว 27.8 ล้านคน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 6,700 คน และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 14,000 คน นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตในอินเดียและจีนรวมกันอีกอย่างน้อย 100 คน

ด้านธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือเอดีบี ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของเนปาลในปีนี้จะอยู่ที่ 3-3.5% หลังได้รับผลกระทบจากภัยแผ่นดินไหวครั้งนี้ และประชาชนกลุ่มที่ยากจนที่สุดในประเทศจะอยู่อย่างยากลำบากยิ่งขึ้น โดยจะมีรายได้ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนที่รัฐบาลกำหนดมากกว่าเดิม ซึ่งอยู่ที่ 189 ดอลลาร์ หรือราว 6,013 บาทต่อปี โดยปัจจุบัน 25% ของประชากรเนปาลทั้งประเทศมีรายได้ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนนี้