ยูเอ็นเอสซี มีมติห้ามขายอาวุธให้กบฏฮูตี พร้อมขึ้นบัญชีดำหัวหน้ากบฏและบุตรชายอดีตประธานาธิบดี
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติห้ามขายอาวุธแก่กบฏฮูตี ที่ยึดอำนาจเกือบทั่วเยเมน พร้อมทั้งขึ้นบัญชีดำหัวหน้ากบฏและบุตรชายของอดีตประธานาธิบดีอาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์ โดยรัสเซีย ซึ่งมีอำนาจที่จะวีโต้มติดังกล่าวของดออกเสียง
ทั้งนี้ ร่างมติ ซึ่งเสนอโดยจอร์แดนกับกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกยูเอ็นเอสซี 14 ประเทศ ยกเว้นรัสเซีย ที่งดออกเสียง โดยอ้างว่าข้อเสนอบางอย่างจากฝ่ายตนไม่ได้รับการตอบสนอง
ด้านซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรอ่าวอาหรับ เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กบฏฮูตีในเยเมนมาตั้งเดือนที่แล้ว ขณะที่สหรัฐ ระบุว่าจะเร่งจัดส่งอาวุธเข้าไปช่วยสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการปฏิวัติสูงสุดของกบฏฮูตี ในเยเมน ออกแถลงการณ์ประณามร่างมตินี้ของยูเอ็นเอสซีว่า เป็นการส่งเสริมความรุนแรงและท่าทีก้าวร้าว
เหตุจลาจลนองเลือดแผ่ลามไปทั่วเยเมน นับตั้งแต่กบฏฮูตี นิกายชีอะห์ยึดกรุงซานาเอาไว้ได้ในปีที่แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีอับดุลรับบูห์ มันซูร์ ฮาดี ถูกบีบให้พ้นจากอำนาจ และต้องลี้ภัยไปซาอุดีอาระเบียในที่สุด
นอกจากมีมติห้ามขายอาวุธให้กบฎแล้ว ยูเอ็นเอสซี ยังมีคำสั่งห้ามเดินทางและอายัดทรัพย์สินทั่วโลกของ อาเหม็ด ซาเลห์ อดีตหัวหน้าหน่วยรีพับลิกันการ์ด ซึ่งเป็นบุตรชายแท้ๆ ของผู้นำเยเมนคนก่อน รวมถึงผู้นำสูงสุดของกบฏอย่าง อับดุลมาลิก อัล-ฮูตี ด้วย





