หุ้นกลุ่มน้ำมันนำวอลล์สตรีทปิดบวก

หุ้นกลุ่มน้ำมันนำวอลล์สตรีทปิดบวก

การทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ถึงการควบรวมกิจการขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นหนุนให้ดัชนีต่างๆ ในตลาดสหรัฐปิดซื้อขายในแดนบวก

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 56.22 จุด หรือ 0.31% มาอยู่ที่ 17,958.73 จุด

ส่วนดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับขึ้น 9.28 จุด หรือ 0.45% มาอยุ่ที่ 2,091.18 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 23.74 จุด หรือ 0.48% ปิดซื้อขายที่ 4,974.56 จุด

ราคาหุ้นของบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงาน ที่เหล่านักลงทุนคาดว่าจะตกเป็นเป้าการเข้าซื้อกิจการ ต่างพากันทะยานสูงขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า ข้อตกลงควบรวมกิจการมูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์ของเชลล์นั้น ทำให้เกิดการเก็งถึงบริษัทที่จะมีการเคลื่อนไหวทำนองเดียวกันนี้ ทั้งที่จะเป็นผู้ซื้อ และผู้ที่ถูกเข้าซื้อ

ทางด้านตลาดหุ้นหลักๆ ในยุโรป ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยเทรดเดอร์มุ่งความสนใจไปในเรื่องที่กรีซ ชำระเงินกู้จำนวน 459 ล้านยูโร ให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และแนวโน้มดอกเบี้ยของทั้งฝั่งยุโรป และสหรัฐ

ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ปรับขึ้น 1.12% มาอยู่ที่ 7,105.36 จุด ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ทะยานขึ้นมา 1.08% มาอยู่ที่ 12,166.44 จุด และดัชนีแค็ก40 ฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 1.40% ปิดซื้อขายที่ 5,208.95 จุด แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี

น้ำมันฟื้นตัว
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ (9 เม.ย.) ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เต็มไปด้วยความผันผวน ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายอ้างว่า มองเห็นความเป็นไปได้ที่จะมีความต้องการเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนพ.ค. ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ปรับขึ้น 37 เซนต์ มาอยู่ที่ 50.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกันที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ เพิ่มขึ้น 1.02 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 56.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นักวิเคราะห์ ชี้ว่า การปรับขึ้นดังกล่าว ส่วนหนึ่งยังเป็นผลมาจากการเข้าช้อนซื้อเก็งกำไร