รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐ ดำเนินมาตรการใหม่ของนโยบายมุ่งเอเชีย เน้นเรื่องการปรับสมดุลใหม่ทางยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ นายแอชตัน คาร์เตอร์ กล่าวสุนทรพจน์ ที่สถาบันแมคเคน ในรัฐแอริโซนาว่า รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการปรับสมดุลใหม่ทางยุทธศาสตร์ตามนโยบายมุ่งสู่เอเชีย-แปซิฟิก โดยจะเพิ่มการลงทุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิดสเตลธ์รุ่นใหม่ที่บินระยะไกลได้ รวมถึงปรับปรุงข้อตกลงพันธมิตรทางทหารกับญี่ปุ่น และขยายหุ้นส่วนทางการค้ามากขึ้น
นายคาร์เตอร์ ระบุด้วยว่า ขั้นตอนนี้จะยิ่งเพิ่มความหลากหลายด้านความสัมพันธ์ในภูมิภาค ในช่วงที่ทั่วตะวันออกกลางกำลังมีความขัดแย้งและความวุ่นวาย บวกกับความวิตกที่รัสเซียเข้าแทรกแซงในยูเครน ซึ่งถ้อยแถลงของนายคาร์เตอร์ ดูเหมือนมุ่งสร้างความมั่นใจแก่ชาวอเมริกันและพันธมิตรในเอเชียว่า สหรัฐ ยังคงให้ความสำคัญกับเอเชีย
ขณะเดียวกัน นายคาร์เตอร์ ก็เรียกร้องให้สภาคองเกรสเพิ่มอำนาจให้แก่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เพื่อให้ผลักดันความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี ได้อย่างรวดเร็ว โดยย้ำว่า ข้อตกลงนี้ เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดของการปรับสมดุลใหม่ในเอเชีย-แปซิฟิก และอาจช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกของประเทศได้ถึง 123,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.88 ล้านล้านบาทภายในทศวรรษหน้า
นอกจากนี้ นายคาร์เตอร์ ซึ่งมีกำหนดเยือนจีน ภายในปลายปีนี้ ยังแสดงความวิตกต่อการแผ่ขยายอิทธิพลของจีน โดยบอกว่า ความท้าทายทางยุทธศาสตร์ของชาวอเมริกันยุคนี้คือ การสร้างสันติภาพและความมั่งคั่งทั่วเอเชีย-แปซิฟิก ในช่วงที่จีน มีอิทธิพลมากขึ้น แต่เขาปฏิเสธแนวคิดที่ว่า จีนจะมีอิทธิพลเหนือสหรัฐในภูมิภาคนี้ และจะกระทบต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของสหรัฐ


