องค์การนิรโทษกรรมสากล รายงานว่า โทษประหารชีวิตจากการก่ออาชญากรรมและการก่อการร้าย ในปี 57 เพิ่มขึ้นถึง 28%
องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล รายงานว่า โทษประหารชีวิตจากการก่ออาชญากรรมและการก่อการร้าย ในปี 2557 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 28% แต่การประหารชีวิตในปี 2557 น้อยกว่าในปี 2556 ประมาณ 22%
ผู้อำนวยการด้านประเด็นปัญหาโลกของแอมเนสตี "นางออเดรย์ กอห์ราน" กล่าวเมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) ว่า โทษประหารที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่อยู่ในอียิปต์และไนจีเรีย ซึ่งในไนจีเรียโทษประหารใช้สำหรับการฆาตกรรม การลักขโมยขั้นรุนแรง รวมทั้งใช้กับทหารที่ฝ่าฝืนคำสั่งภายใต้ความขัดแย้งกับกลุ่มโบโก ฮาราม ส่วนในอียิปต์ ศาลสั่งประหารชีวิตสมาชิกกลุ่มภราดรภาพมุสลิมไปกว่า 500 คนในปีที่ผ่านมา ถือเป็นการลงโทษประหารชีวิตหมู่จำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
ในสหรัฐ โทษประหารชีวิตลดลงจาก 39 คนในปี 2556 เป็น 35 คนในปี 2557 แต่สหรัฐ ต้องเผชิญกับเสียงประณามเรื่องการใช้ยาตัวใหม่ประหารชีวิตนักโทษสามรายแล้วมีรายงานว่า นักโทษไม่ได้เสียชีวิตอย่างสงบ ส่วนจีนนั้น เป็นประเทศที่มีผลงานยอดแย่ที่สุดในโลก ซึ่งองค์การนิรโทษกรรมสากลอ้างว่า จีน ประหารชีวิตนักโทษหลายพันคน แต่ทางการปกปิดข้อมูลตัวเลขเป็นความลับ จนไม่สามารถหาตัวเลขจริงได้ตั้งแต่ปี 2552
รายงานระบุว่า ขณะนี้มี 140 ประเทศยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว และจะมีประเทศอื่น ๆ เดินตามรอยในปีนี้ ซึ่งนางกอห์ราน กล่าวว่า เป้าหมายยุติโทษประหารชีวิตทั่วโลกขององค์การนิรโทษกรรมสากลใกล้ความจริงเข้าไปทุกที





