ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า น้ำแข็งที่ลอยอยู่รอบ ๆ ทวีปแอนตาร์กติกาบางลงเกือบ 20%
ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า น้ำแข็งที่ลอยอยู่รอบ ๆ ทวีปแอนตาร์กติกาบางลงเกือบ 20% ทำลายป้อมปราการที่คอยป้องกันธารน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ไม่ให้พังทะลายลงอย่างถาวร
ผลการศึกษาเผยแพร่ในวารสาร "ไซน์ส" ฉบับออนไลน์เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) ซึ่งอ้างอิงจากภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานอวกาศยุโรป ระหว่างปี 2537-2555 พบว่า กำแพงน้ำแข็งในแอนตาร์กติกามีความหนาเฉลี่ย 400-500 เมตร และสามารถขยายออกนอกชายฝั่งแอนตาร์กติกาได้อีกหลายร้อยกิโลเมตร ถ้าน้ำแข็งละลายจนบางเกินไป จะทำให้ธารน้ำแข็งถาวรเลื่อนไหลลงสู่มหาสมุทรและเริ่มละลาย ทำให้ระดับน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นักวิจัยระบุว่า ในช่วงปี 2537-2547 น้ำแข็งแอนตาร์กติกาเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็เริ่มละลายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
นอกจากปริมาณชั้นน้ำแข็งโดยรวมได้ลดลงแล้ว การละลายยังอยู่ในอัตราเร่งด้วย หากอัตราการละลายยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ปริมาณชั้นน้ำแข็งจะลดลงครึ่งหนึ่งภายใน 200 ปีข้างหน้า โดยเมื่อปีที่แล้วเคยมีงานวิจัยสองชิ้นสรุปว่า ธารน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่กำลังละลายในแอนตาร์กติกาตะวันตก ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นถึงหนึ่งเมตรเป็นอย่างน้อย จะละลายด้วยอัตราเร่งสืบเนื่องจากภาวะโลกร้อน





