ดัชนีแนสแด็ก ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ทะยานขึ้นไปยืนอยู่เหนือเส้น 5,000 จุดอีกครั้งหนึ่ง ขณะเงินดอลลาร์อ่อน ช่วยหนุนให้ตลาดโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนีแนสแด็ก ทะยานขึ้นมา 34.04 จุด หรือ 0.68% ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (20 มี.ค.) ที่ 5,026.42 จุด เหนือเส้น 5,000 จุด เป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์
แนสแด็กได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ ภายใต้การนำของบริษัทไบโอเจน ที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาถึง 9.8% จากการที่บริษัทเผยว่า การทดลองยาในขั้นคลินิกของบริษัท แสดงให้เห็นถึง การชะลออาการความจำเสื่อมได้อย่างมาก
ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ทะยานขึ้นมา 168.62 จุด หรือ 0.94% มาอยู่ที่ 18,127.65 จุด และดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับตัวขึ้น 18.79 จุด หรือ 0.90% ปิดซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ 2,108.06 จุด
คลายวิตกกรีซ ดันหุ้นยุโรปพุ่ง
ตลาดหุ้นหลักๆ ของยุโรป ซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ พุ่งสูงขึ้น หลังกรีซให้คำมั่นถึงการจัดทำแผนปฏิรูปฉบับใหม่ และสหภาพยุโรป หรืออียู เสนอให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินต่อกรีซมูลค่า 2,000 ล้านยูโร
ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากแผนงบประมาณของรัฐบาล และแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทะยานขึ้น 0.86% มาอยู่ที่ 7,022.51 จุด ปิดเหนือระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ขณะที่ดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ทะยานขึ้น 1% มาอยู่ที่ 5,087.49 จุด ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี พุ่งขึ้นถึง 1.8% ปิดซื้อขายที่ 12,039.37 จุด
เทรดเดอร์ชี้ว่า นักลงทุนยอมรับความเสี่ยงมากขึ้น ในตลาดที่ค่อนข้างผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้งเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ยังช่วยหนุนให้เกิดขาขึ้นในตลาดหุ้น และโภคภัณฑ์ทั่วโลก
ดอลลาร์อ่อนหนุนราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของเงินดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนเมษายน ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ปรับขึ้น 1.76 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 45.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ในตลาดลอนดอน อังกฤษ ขยับขึ้นมา 89 เซนต์ ปิดซื้อขายที่ 55.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 1.0808 ดอลลาร์ต่อยูโร และ 120 เยนต่อดอลลาร์ ช่วยหนุนให้เกิดการเข้าซื้อในตลาด ประกอบกับเทรดเดอร์พากันปรับสถานะการลงทุน ในวันสุดท้ายของการซื้อขายสัญญาส่งมอบเดือนเมษายนของน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า ขาขึ้นของราคาน้ำมันอาจจะเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะปัจจัยพื้นฐานในตลาดยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ทำให้ตลาดยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความวิตกถึงเรื่องการจัดหาที่ล้นเกินอยู่





