ตลาดหุ้นสหรัฐปิดไร้ทิศทางชัดเจน ผ่อนคลายความร้อนแรงจากการซื้อขายในวันก่อนหน้านี้ โดยแนสแด็กทะยานขึ้นมาอยูในระดับเกือบถึง 5,000 จุด
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) ร่วงลง 117.16 จุด หรือ 0.65% มาอยู่ที่ 17,959.03 จุด ส่วนดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับลดลง 10.23 จุด หรือ 0.49% มาอยู่ที่ 2,089.27 จุด
ขณะที่ดัชนีสำหรับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี อย่างแนสแด็ก ไต่ระดับขึ้นมา 9.55 จุด หรือ 0.19% มาอยู่ที่ 4,992.38 จุด ใกล้ระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 5,000 จุด เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 15 ปี
นักวิเคราะห์ชี้ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดถือเป็นเรื่องปกติ สอดคล้องกับภาวะผันผวนที่เกาะติดตลาดอยู่ในขณะนี้ คือ มีข่าวดี และตลาดขานรับกับข่าวดังกล่าว จนทำให้หุ้นพุ่งแรง ก่อนที่จะบรรเทาความร้อนแรงลง ในวันต่อมา
ทางด้านตลาดหุ้นหลักๆ ในยุโรป ปิดไร้ทิศทางชัดเจนเช่นกัน โดยดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ปรับขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ 6,962.32 จุด
ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ร่วงลง 0.20% มาอยู่ที่ 11,899.40 จุด ขณะที่ดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.07% ปิดซื้อขายที่ 5,037.18 จุด
น้ำมันปรับตัวเล็กน้อย
ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลังดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น สกัดแรงหนุนด้านบวก ในเรื่องการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง ของธนาคารกลางสหรัฐ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนเมษายน ในตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ ลดลง 0.70 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 43.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ร่วงลง 1.48 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 54.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ราคาน้ำมันยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน จากปริมาณการจัดหาน้ำมัน ที่ยังสูงกว่าความต้องการ และว่า ราคาจะยังอยู่ในระดับนี้ต่อไป ถ้าสถานการณ์ในการจัดหา และความต้องการ ยังไม่พัฒนาขึ้น


