วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นสหรัฐฟื้นตัว

ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นจากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ทะยานขึ้น 228.11 จุด หรือ 1.29% มาอยู่ที่ 17,977.42 จุด

ขณะดัชนีเอส แอนด์ พี 500 พุ่งขึ้นมา 27.79 จุด หรือ 1.35% มาอยู่ที่ 2,081.19 จุด และดัชนีแนสแด็ก ปรับขึ้น 57.75 จุด ปิดซื้อขายที่ 4,929.51 จุด

ตลาดได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงมาเล็กน้อยของเงินดอลลาร์ มาอยู่ที่ 1.0590 ดอลลาร์ต่อยูโร บรรเทาความกังวลของนักลงทุนในเรื่องที่ว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ จะฉุดรายได้ของบรรดาบริษัทข้ามชาติสหรัฐ

นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า ข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า ผลผลิตสหรัฐในเดือนที่แล้ว ขยายตัวเพียงเล็กน้อย 0.1% ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้นว่า ที่ประชุมเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ที่จะเริ่มต้นในวันนี้ จะระมัดระวังมากขึ้นในการทบทวนนโยบายดอกเบี้ย ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับใกล้ 0% และมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน

ขณะที่ตลาดหลักๆ ของยุโรป ก็ทะยานขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน ท่ามกลางการมองด้านบวกของนักลงทุน เกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลายเชิงนโยบาย หรือคิวอี ในกลุ่มประเทศยูโร

ดัชนี DAX 30 ของเยอรมนี พุ่งขึ้นมาถึง 2.24% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ที่ 12,167.72 จุด ส่วนดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส ปรับขึ้น 1.01% มาอยู่ที่ 5,061.16 จุด และดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษ ขยับขึ้น 0.49% มาอยู่ที่ 6,804.08 จุด

ราคาน้ำมันต่ำสุดรอบ 6 ปี
ราคาน้ำมันในตลาดโลกดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี หลังรายงานของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปบค ชี้ถึง ภาวะการจัดหาล้นตลาดกมที่จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนเมษายน ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ลดลง 98 เซนต์ มาอยู่ที่ 43.88 ดอลลาร์

ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลง 1.23 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 53.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในรายงานรายเดือนที่ออกมานั้น โอเปค ยังได้ตั้งคำถามถึงการขยับขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งที่ตลาดยังมีการจัดหาล้นตลาดอยู่