ตัวเลขด้านเศรษฐกิจของจีนประจำเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์พลาดเป้าทั้งหมด ทำให้นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจจีนยังคงขาดแรงส่ง
ตัวเลขการลงทุน ยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนประจำเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์พลาดเป้าทั้งหมด ทำให้นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจจีนยังคงขาดแรงส่ง และจำเป็นต้องมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนได้รายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ 3 ตัว ในวันนี้ (11 มี.ค.) ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ ที่ขยายตัวเพียง 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวขึ้น 7.8%
ขณะเดียวกัน ยอดค้าปลีกซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดการใช้จ่ายของผู้บริโภค เพิ่มขึ้นเพียง 10.7% พลาดเป้าจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 11.7% ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร มาตรวัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจจีน ขยายตัวไป 13.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 15% ด้วยเช่นกัน แถมยังเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 13 ปีเลยทีเดียว
การที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ๆ ออกมาพลาดเป้าพร้อมกันถึง 3 ตัวนี้ได้ตอกย้ำกระแสคาดการณ์ว่าทางการจีนจะหั่นดอกเบี้ยมากขึ้น รวมไปถึงผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพื่อปัดเป่าภาวะเศรษฐกิจของแดนมังกรที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ไม่ให้ชะลอตัวมากไปกว่านี้
ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนตกอยู่ในภาวะซบเซาอย่างหนักในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ในช่วงขาลง ประกอบกับความต้องการทั้งในและต่างประเทศน้อยลง แถมภาคอุตสาหกรรมก็มีการผลิตออกมาล้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การปราบปรามการคอรัปชั่นเป็นวงกว้างของทางการ ก็ส่งผลกระทบทั้งในเรื่องของการลงทุน และยอดค้าปลีกด้วย
เรื่องนี้ทำให้ทางแบงก์ชาติจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 2 ครั้งในเดือนพฤศจิกายน และเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ตัวเลขชุดล่าสุดที่ออกมานี้ทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจกันมากขึ้นว่า ทางการจีนคงจะปรับลดดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

