ตำรวจสหรัฐตั้ง 13 ข้อหาร้ายแรงแก่ชายวัย 36 ปี ที่ยิงแสงเลเซอร์จากบ้านไปยังเครื่องบินที่กำลังขึ้นลงในสนามบิน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ตำรวจสหรัฐในนครนิวยอร์ก บุกตรวจค้นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในย่านคอดดิงตันอเวนิว เขตบรองซ์ รัฐนิวยอร์ก หลังตรวจสอบที่มาของแสงเลเซอร์ปริศนาที่ส่องเล็งไปยังเครื่องบินที่กำลังขึ้นและลงที่สนามบินลากวาร์เดีย ในเขตควีนส์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 16 กิโลเมตร จนทำให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ ออกประกาศเตือนเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น หลังได้รับแจ้งจากนักบินของสายการบินพาณิชย์หลายแห่งถึงเหตุก่อกวนที่เกิดขึ้น
จากการตรวจสอบ อพาร์ตเมนต์ดังกล่าวพบของกลางเป็นเครื่องยิงเลเซอร์ขนาดพกพาทรงกระบอกสีดำ มีตัวอักษรติดด้านข้างว่า "เลเซอร์ 303" ซึ่งต่อมานายแฟรงก์ เอแกน วัย 36 ปี ที่อาศัยอยู่กับแม่ในอพาร์ตเมนต์แห่งนั้น ให้การรับสารภาพว่าของกลางเป็นของเขา และเป็นผู้ก่อเหตุในช่วงเวลาดังกล่าวจริง โดยมีรายงานว่านักบินของสายการบินโดยสารแอร์แคนาดา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ต้องเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บที่ตาที่โรงพยาบาลในเมืองโตรอนโตของแคนาดา เช่นเดียวกับตำรวจ 2 นายที่ประจำหน่วยเฮลิคอปเตอร์ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมานท์ไซไนในนิวยอร์ก
ทั้งนี้ นายเอแกนถูกดำเนินคดีในความผิดทำร้ายเจ้าพนักงาน 2 ข้อหา ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง 3 ข้อหา คุกคามเจ้าหน้าที่ 2 ข้อหา ก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นโดยประมาท 3 ข้อหา และครอบครองอาวุธที่มีเลเซอร์ 3 ข้อหา โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เผยว่า การส่องเลเซอร์ขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงเลเซอร์สามารถเดินทางขึ้นไปได้ไกลหลายกิโลเมตรและอาจกระทบเข้าไปในห้องนักบิน นับเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้นักบินเกิดการสับสนและมองไม่เห็นไปชั่วขณะ การยิงแสงเลเซอร์ใส่เครื่องบินนับเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ที่มีโทษจำคุกถึง 5 ปี โดยเมื่อปีที่แล้ว เอฟบีไอได้เริ่มรณรงค์ปราบปรามการก่อกวนอากาศยานด้วยเลเซอร์ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเสนอเงินรางวัลจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 325,000 บาท) แก่ผู้ที่ชี้เบาะแสของการกระทำผิด


