วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นน้ำมันซบกดดาวโจนส์ร่วง

สถานการณ์ที่ซบเซาในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ฉุดให้ดัชนีดาวโจนส์ และเอสแอนด์ พี 500 ของสหรัฐ ปิดในแดนลบ

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) ลดลง 9.80 จุด หรือ 0.05% มาอยู่ที่ 18,124.77 จุด ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ลดลง 3.06 หรือ 0.14% มาอยู่ที่ 2,110.80 จุด

แต่แรงหนุนจากการทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ช่วยดันให้ดัชนีแนสแด็ก ปรับขึ้นมา 20.75 จุด หรือ 0.42% ปิดซื้อขายที่ 4,987. 89 จุด

ขณะที่ตลาดหลักๆ ของยุโรป ปรับสูงขึ้น โดยดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของตลาดลอนดอน อังกฤษ ขยับขึ้นมาอีก 0.21% มาอยู่ที่ 6,949.73 จุด ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี พุ่งขึ้นมา 1.04% ที่ 11,327.19 แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจเยอรมนีจำนวนหนึ่ง ที่พัฒนาดีขึ้น ขณะดัชนีแค็ก40 ของฝรั่งเศสไต่ระดับขึ้นมา 0.58% ปิดซื้อขายที่ 4,910.62 จุด

น้ำมันร่วงรอบใหม่

ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนหนัก กลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้ง ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ จากการที่ดูเหมือนว่า นักลงทุนในตลาดพากันปรับแนวคิดใหม่เกี่ยวกับข้อมูลปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐ ที่แสดงให้เห็นว่า มีน้ำมันดิบสำรองแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนเมษายน ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ปรับลดลง 2.82 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 48.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกันในตลาดอังกฤษ ดิ่งลง 1.58 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 60.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

เทรดเดอร์ชี้ว่า ราคาที่ร่วงลงรอบล่าสุดนี้ น่าจะมีสาเหตุมาจากการที่นักลงทุนกลับไปชั่งน้ำหนักมาใหม่ เกี่ยวกับการจัดหาน้ำมันที่ล้นตลาด ซึ่งกำลังมีสถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจากการผลิตในสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง และความต้องการที่ซบเซา ท่ามกลางการเติบโตที่ชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก