ชาวรัสเซียหลายหมื่นคน ออกมารวมตัวกันที่ใจกลางกรุงมอสโก เพื่อประท้วงการก่อรัฐประหารของกลุ่มฟาสต์ซิสต์ในยูเครน
ชาวรัสเซียหลายหมื่นคน ออกมารวมตัวกันที่ใจกลางกรุงมอสโก เพื่อประท้วงสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าการก่อรัฐประหารของกลุ่มฟาสต์ซิสต์ ที่เกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีก่อนในยูเครน
ผู้ประท้วงมารวมตัวกันใกล้กับจัตุรัสแดง เพื่อประท้วงต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในยูเครน ที่เริ่มจากขบวนการสนับสนุนนโยบายเอียงไปทางยุโรปในยูเครน และนำไปสู่การปลดนายวิคเตอร์ ยานูโควิช ประธานาธิบดียูเครนคนก่อนที่ชูนโยบายเป็นประโยชน์กับรัสเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว รวมถึงสงครามกลางเมืองในเขตตะวันออกของยูเครน และเรื่องนี้ก็นำไปสู่กระแสต่อต้านตะวันตกในรัสเซียที่สูงเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่
ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าวว่า สถานการณ์ในยูเครนเกิดจากการเข้ามาแทรกแซงของประเทศอื่น เพื่อหวังจะทำลายรากฐานของรัสเซีย โดยเรื่องนี้มีการวางแผนกันมานานแล้ว
สำหรับกลุ่มที่มาประท้วงก็มีทั้งกลุ่มชาตินิยมสุดโต่ง ผู้สูงอายุ ทหารผ่านศึก องค์กรนักศึกษาและกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลอื่น ๆ ตำรวจบอกว่างานนี้มีผู้มาเข้าร่วมราว 35,000 คน
ขณะที่ในยูเครน เกิดเหตุระเบิดในการเดินขบวนเรียกร้องความสมานฉันท์ ในเขตเทศบาลเมืองคาร์คีฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อรำลึกครบรอบ 1 ปีการลุกฮือของประชาชนโค่นอำนาจนายยานูโควิช แรงะระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้อย่างน้อย 4 คน
ทั้งนี้ เมืองคาร์คีฟ ตั้งอยู่นอกพื้นที่ขัดแย้งทางตะวันออกระหว่างกองทัพรัฐบาลกับกลุ่มกบฏ ซึ่งสามารถตกลงกันเรื่องการถอนอาวุธหนักเพื่อกำหนดพื้นที่กันชนได้แล้ว โดยฝ่ายรัฐบาลเริ่มก่อนเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่กลุ่มกบฏจะเริ่มกระบวนการของตัวเองในวันพรุ่งนี้


