นายกรัฐมนตรีโทนี่ แอบบอตต์แห่งออสเตรเลีย เตรียมคุมเข้มเรื่องผู้อพยพเข้าเมือง หลังเกิดเหตุผู้ลี้ภัยชาวอิหร่านจับตัวประกันเมื่อปีที่แล้ว
นายกรัฐมนตรีโทนี่ แอบบอตต์แห่งออสเตรเลีย ส่งสัญญาณว่าจะคุมเข้มเรื่องผู้อพยพเข้าเมือง ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ผู้ลี้ภัยชาวอิหร่านจับตัวประกันที่ลินด์ คาเฟ่ ในนครซิดนีย์เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้ตัวประกัน 2 คน และมือปืนเสียชีวิต
เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว นายฮารอน โมนิส ผู้ลี้ภัยชาวอิหร่าน ได้เดินเข้าไปที่ลินด์ คาเฟ่ ในนครซิดนีย์ แล้วจับคน 18 คนเป็นตัวประกันนาน 17 ชั่วโมง ก่อนจะเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่จนส่งผลให้เกิดโศกนาฎกรรมสะเทือนขวัญตามมา ซึ่งล่าสุด นายแอบบอตต์ กล่าวว่า ระบบกฎหมายของออสเตรเลียเองที่ทำให้ประเทศต้องตกต่ำลง เพราะผลการตรวจสอบพบว่าตอนที่ก่อเหตุนั้น นายโมนิสเพิ่งจะได้รับการประกันตัวออกมาในคดีฆาตกรรมอดีตภรรยา และกระทำผิดทางเพศอีกหลายคดี
มือปืนชาวอิหร่านผู้นี้เดินทางเข้ามายังออสเตรเลียด้วยวีซานักธุรกิจเมื่อปี 2539 แล้วขอลี้ภัยภายในเวลาเพียง 1 เดือน ก่อนจะได้รับการอนุมัติกรีนการ์ดอย่างง่ายดาย จึงทำให้นายกฯ ออสเตรเลียส่งสัญญาณว่าอาจทบทวนกฎระเบียบเรื่องผู้อพยพให้เข้มงวดขึ้น ขณะที่รัฐนิวเซาธ์เวลส์ได้ออกกฎหมายประกันตัวฉบับใหม่ในทันทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ยึดตัวประกันครั้งนี้ขึ้น
นายแอบบอตต์บอกด้วยว่า ปีศาจร้ายตนนี้ ซึ่งหมายถึงมือปืนชาวอิหร่าน ไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้ามาในประเทศ ไม่ควรได้รับการประกันตัว ไม่ควรมีอาวุธปืนในครอบครอง และไม่ควรกลายเป็นพวกหัวรุนแรง ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย


