รัฐบาลกรีซ เริ่มขอเจรจาภาระหนี้สินก้อนโตกับบรรดาเจ้าหนี้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน แต่ยังเตือนกรีซอย่ามองสูงเกินไป
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่านายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ผู้นำกรีซ แถลงนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเธนส์ชุดใหม่ ต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำ 28 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อวันศุกร์ แม้สาระสำคัญยังคงเดิม นั่นคือการนำเสนอแผนการปรับโครงสร้างหนี้ 10 ข้อ พร้อมการขอหักลบหนี้บางส่วน แต่ผู้นำกรีซวัย 40 ปี แสดงความพร้อมเรื่องการเจรจากับกลุ่มเจ้าหนี้ "ทรอยกา" ได้แก่ อียู ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
อย่างไรก็ตาม นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานมุขมนตรียุโรป สงวนท่าทีเกี่ยวกับการหารือร่วมกับซีปราส โดยให้เหตุผลว่าเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของที่ประชุมยูโรกรุ๊ป หรือ 19 ประเทศผู้ร่วมใช้เงินยูโรเป็นสกุลหลัก ที่มีกำหนดประชุมกันในวันจันทร์นี้มากกว่า ซึ่งนายเจอเริน ดิจส์เซลโบลม ประธานยูโรกรุ๊ป กล่าวว่ารัฐบาลกรีซตั้งความหวังกับเรื่องนี้เอาไว้สูงมาก เห็นได้จากการที่ตลาดหุ้นเอเธนส์ปิดบวกในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจของตัวเองที่กำลังเผชิญกับข้อจำกัดในหลายด้าน
กระนั้นทุกฝ่ายไม่อาจปฏิเสธความวิตกกังวลในประเด็นที่ซีปราสมีแนวคิดทางการเมืองซ้ายจัดสุดโต่งค่อนข้างเอนเอียงไปทางรัสเซีย ซึ่งกำลังมีกรณีพิพาทกับยุโรปเรื่องปัญหาในยูเครน เนื่องจากผู้นำกรีซอาจใช้สิทธิ์คัดค้านการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียในอนาคต หากการเจรจาเรื่องภาระหนี้สินของตัวเองกับเจ้าหนี้ไม่มีความคืบหน้าที่น่าพอใจ
กรีซเข้าร่วมโครงการของทรอยกาเมื่อปี 2553 ด้วยข้อตกลงเป็นวงเงินจำนวน 240,000 ล้านยูโร ( ราว 8.97ล้านล้านบาท ) แต่ปัจจุบันภาระหนี้สินกลับงอกเงยขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันภาระหนี้สินของกรีซอยู่ที่ราว 322,000 ล้านยูโร ( ราว 12.04 ล้านล้านบาท ) คิดเป็น 175.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)





