เงินเฟ้ออินโดนีเซียลดลง หลังต้นทุนพลังงานร่วงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่การส่งออกลดติดต่อกันเดือนที่3
สำนักงานสถิติอินโดนีเซีย รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 6.96% ในเดือนม.ค.เทียบกับช่วงเดียวกับของปีที่แล้ว ตัวเลขดังกล่าวลดลงจาก 8.36% เมื่อเดือนธ.ค. โดยช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลใหม่ปรับลดเงินอุดหนุนน้ำมันเบนซินและดีเซล ดันให้ต้นทุนการเดินทางและขนส่งสินค้าสูงขึ้น
แต่หลังจากราคาน้ำมันลดลงอย่างมาก รัฐบาลได้ตัดสินใจยกเลิกการอุดหนุนน้ำมันเบนซิน และให้เงินอุดหนุนตายตัวแก่น้ำมันดีเซล
สำนักงานสถิติ ระบุว่า ราคาเชื้อเพลิงที่ลดลงทำให้ต้นทุนการเดินทางทางอากาศและทางบกลดลง รวมถึงต้นทุนอาหาร โดยเมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว ราคาอาหารและบริการลดลง 0.24%
สำหรับอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ที่ 7.75% แต่นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ธนาคารกลางคงไม่รีบลดดอกเบี้ย เพราะยังต้องรับมือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก และเงินรูเปียะห์ที่อ่อนค่า
วันเดียวกัน อินโดนีเซีย รายงานว่าการส่งออกลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดกันเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว เพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักลดลง สะท้อนถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจเมื่อไตรมาส 4 ปีที่แล้ว
เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเอเชียอาคเนย์ประเทศนี้ มีดุลการค้าดีขึ้นมากเมื่อปีที่แล้ว การขาดดุลลดลงกว่าครึ่งหนึ่งเหลือ 1,880 ล้านดอลลาร์จากปี 2556 แต่เป็นผลมาจากการนำเข้าที่ลดลงแทนที่จะเป็นส่งออกได้มากขึ้น โดยการส่งออกเดือนธ.ค.ลดลง 13.83% และทำให้การส่งออกทั้งปีหดตัว 3.43%
ทั้งนี้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ลดลง ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ กระทบต่อการส่งออกของอินโดนีเซียอย่างมาก





