ดัชนีหุ้นสหรัฐ ปิดแดนลบเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ขณะราคาน้ำมันได้แรงช้อนซื้อเก็งกำไรพุ่งกว่า 5%
ดัชนีหุ้นสหรัฐ ยังเดินหน้าปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ (14 ม.ค. ) หลังนักลงทุนผิดหวังรายงานยอดขายค้าปลีกออกมา และการคาดการณ์ของธนาคารโลก ที่ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกยังอ่อนแออยู่
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลง 186.59 จุด หรือ 1.06% ปิดซื้อขายที่ 17,427.09 จุด ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับลดลง 11.76 จุด หรือ 0.58% มาอยู่ที่ 2,011.27 จุด โดยระหว่างวันซื้อขายดัชนีเอสแอนด์พี 500 ได้ร่วงลงไปเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่า 2,000 จุดด้วย ส่วนดัชนีแนสแด็ก ลดลง 22.18 จุด หรือ 0.48 % ที่ 49,639.32 จุด
หุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบตลอดทั้งวันซื้อขาย แม้จะมีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่กระเตื้องขึ้นมา หลังราคาน้ำมันดิบปิดซื้อขายปรับตัวสูงขึ้น และธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด เผยรายงานเศรษฐกิจฉบับใหม่ ที่แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวในวงกว้าง
แรงกดดันหลักที่ทำให้เกิดการเทขายในตลาดเมื่อวานนี้ รวมถึงรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ของธนาคารโลก ที่ระบุว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้ จะขยายตัวในระดับพอประมาณ ราว 3% หลังจากเมื่อปีที่แล้วมีการเติบโตน้อยกว่าที่ประเมินไว้ที่ 2.6% ประกอบกับรายงานยอดค้าปลีกสหรัฐเมื่อเดือนธันวาคมที่ร่วงลง 0.9%
ขณะที่ความกังวลถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเงินฝืดที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งภูมิภาค กดดันให้ดัชนีหุ้นหลักๆ ในยุโรป ร่วงลงอย่างหนัก
ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ในตลาดลอนดอน ดิ่งลงไปถง 2.35% ปิดซื้อขายที่ 6ฅ388.46 จุด ภายใต้การนำของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ หลังราคาทองแดงร่วงลงใกล้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี
ขณะที่ดัชนี แด็กซ์ 30 ตลาดแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ลดลง 1.25% มาอยู่ที่ 9,817.08 จุด และดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ร่วงลง 1.56% ที่ 4,223.24 จุด
ราคาน้ำมันกระเตื้องขึ้น
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ ทะยานขึ้นมามากกว่า 5% ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ ผลจากการเข้าซื้อเก็งกำไร จากราคาที่ร่วงต่ำลงไปทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายปีเมื่อวันก่อน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ ทะยานขึ้นมา 2.59 ดอลลาร์ ปิดซื้อขายที่ 48.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ในกรุงลอนดอน อังกฤษ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ปรับขึ้น 2.10 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 48.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


