วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำมุสลิมในสหรัฐหวั่นกระแสต้านเหมารวม

ผู้นำศาสนาอิสลามในสหรัฐหวั่นชาวมุสลิมตกเป็นเป้าแก้แค้น หลังเกิดเหตุบุกยิงสำนักงานหนังสือพิมพ์ "ชาร์ลี เอบโด"

บรรดาผู้นำศาสนาอิสลามในสหรัฐหวั่นชาวมุสลิมตกเป็นเป้าแก้แค้น หลังเกิดเหตุการณ์บุกยิงสำนักงานหนังสือพิมพ์ "ชาร์ลี เอบโด" ในฝรั่งเศส จนทำให้เกิดกระแสต่อต้านชาวมุสลิมมากขึ้นในสังคมอเมริกัน แถมทางการสหรัฐยังออกมาประกาศจุดยืนสนับสนุนชาร์ลี เอบโด เรื่องที่ตีพิมพ์ภาพล้อศาสดาศาสนาอิสลามอีกครั้ง

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กลุ่มมือปืนบุกยิงสำนักงานหนังสือพิมพ์แนวเสียดสี "ชาร์ลี เอบโด" ในกรุงปารีสจนมีผู้เสียชีวิต 12 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บรรดาผู้นำทางศาสนาอิสลามในหลายเมืองของสหรัฐต่างออกมาบอกว่า พวกเขาต้องรับมือกับคำขู่ คำดูหมิ่น และการถูกทำร้ายที่เพิ่มมากขึ้น

สภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม หรือ ซีเอไออาร์ ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสิทธิชาวมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้อความเชิงต่อต้านชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในฝรั่งเศส โดยผู้อำนวยการบริหารและผู้ก่อตั้งซีเอไออาร์ นายนิฮัด อาวัด กล่าวว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเหตุการณ์โจมตีหรือก่อการร้ายในสหรัฐหรือทั่วโลก ชาวอเมริกันมุสลิมจะต้องรับเคราะห์อยู่เสมอ

นอกจากนี้ นายอาวัดยังระบุว่า ขณะนี้มีกระแสต่อต้านชาวมุสลิมอย่างรุนแรงในสังคมออนไลน์โดยใช้แฮชแท็ก "คิล ออล มุสลิมส์" (#KillAllMuslims) ที่แปลว่า ฆ่าชาวมุสลิมทั้งหมด และกระแสดังกล่าวยังขยายวงขึ้นเรื่อยๆ และแม้จะมีความพยายามเข้าถึง และเข้าใจชาวมุสลิมมากขึ้นตั้งแต่เหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 แต่เขายังเชื่อว่า สถานการณ์ในปัจจุบันไม่ได้ดีขึ้นจากเดิม ซ้ำร้ายยังแย่กว่าเก่าด้วย

ขณะที่อิหม่าม ยาห์ยะ เฮนดี แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ มองว่า เหตุกราดยิงในฝรั่งเศสทำให้สังคมชาวมุสลิมทั่วโลกต้องสั่นคลอน โดยข้อดีจากเรื่องนี้คือทำให้ชาวมุสลิมตระหนักว่ายังคงมีคนไม่ดีที่ลงมือโดยอ้างศาสนาอิสลาม และทุกคนจำเป็นต้องร่วมกันยืนหยัดต่อต้านความรุนแรง ส่วนข้อเสียคือ ทำไมทุกครั้งที่ชาวมุสลิมไม่กี่คนก่อเหตุร้ายบนโลก ชาวมุสลิมทั้ง 1,600 ล้านคนที่เหลือจะต้องรับเคราะห์จากการกระทำของคนเหล่านั้น ซึ่งทำให้น่ากังวลว่าความรู้สึกต่อต้านศาสนาอิสลามไม่ว่าจะในสหรัฐหรือยุโรปที่กำลังขยายวงนี้ อาจทำให้เกิดการโจมตีชาวมุสลิม รวมถึงการรุมดูหมิ่น และกีดกันด้วย

นอกจากนี้ กระแสความกังวลดังกล่าวยังมีขึ้นหลังจากรองโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกมาประกาศสนับสนุนการตีพิมพ์ภาพล้อเลียนศาสดาของศาสนาอิสลามอีกครั้งของหนังสือพิมพ์ชาร์ลี เอบโด ฉบับล่าสุด โดยบอกว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในสังคมประชาธิปไตย