ฝรั่งเศสระดมกำลังหมื่นนาย เข้มปลอดภัย-ต้านก่อการร้าย

ฝรั่งเศสประกาศระดมกำลังทหาร-ตำรวจ10,000นาย ประจำการตามจุดล่อแหลม หลังเกิดเหตุนองเลือดครั้งใหญ่รอบ50ปี
ขณะทั่วโลกร่วมเดินขบวนกับผู้นำและประชาชนเกือบ 4 ล้านในแดนน้ำหอม ด้านนายกฯไล่ล่าผู้ให้ความช่วยเหลือคนร้ายก่อเหตุจับตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เกต
นายฌอง-อีฟส์ เลอ ดรีออง รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศส กล่าวหลังจากการประชุมฉุกเฉินด้านความมั่นคงว่า ได้ตัดสินใจระดมทหารและตำรวจ 10,000 นายไปประจำการตามจุดล่อแหลมทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ (13 ม.ค.) และนับเป็นครั้งแรกที่มีการระดมทหารมากขนาดนี้บนแผ่นดินฝรั่งเศส
ก่อนหน้าการประชุม นายกรัฐมนตรีมานูเอล วัลส์ กล่าวว่า นายอเมดี คูลีบาลี ที่ยิงตำรวจหญิงเสียชีวิตและสังหารตัวประกันชาวยิว 4 คนในซูเปอร์มาร์เกต น่าจะได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น
"ผมไม่อยากพูดเยอะ แต่เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนอยู่ และเราคิดว่าน่าจะมีผู้สมรู้ร่วมคิด การไล่ล่าจะดำเนินต่อไป" นายวัลส์กล่าว ขณะที่มีข่าวว่าชายที่หน้าตาคล้ายนายคูลิบาลีได้โพสต์วีดิโอระบุว่าคนร้ายได้ร่วมมือกันลงมือ
รายงานข่าวระบุว่านายคูลีบาลีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุหลายครั้งบริเวณรอบกรุงปารีส เพราะปืนที่ใช้ก่อเหตุที่ซูเปอร์มาร์เกตนั้นตรงกับที่ใช้ยิงนักวิ่งคนหนึ่งจนมีอาการสาหัสเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ทั้งยังเชื่อว่านายคูลีบาลีอาจเชื่อมโยงกับการวางระเบิดไว้ในรถยนต์ที่ระเบิดเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ทางใต้ของกรุงปารีส
เจ้าหน้าที่ตระหนักว่านายคูลีบาลีมีอาวุธครบมือ เมื่อพบปืนพกโทกาเรฟ 2 กระบอก ปืนอาก้า 2 กระบอก และดินปืน 2 แท่งในซูเปอร์มาร์เกตหลังจากตำรวจบุกเข้าชิงตัวประกัน ซึ่งจากการเข้าค้นอพาร์ตเมนต์ของนายคูลีบาลีหลังจากนั้น พบปืนโทการอฟอีก 4 กระบอก ปืนรีวอลเวอร์ 1 กระบอก กระสุน แก๊สน้ำตา และกล้องส่องทางไกล
ด้าน นายโมฮัมเหม็ด บูร์เมดดีเน พ่อของ นางฮายัต บูร์เมดดีเน ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวในฝรั่งเศสฐานเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการก่อเหตุร้าย กล่าวว่า เขาไม่ทราบว่าลูกสาวเข้าไปพัวพันกับผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร จนกระทั่งเห็นภาพเธอปรากฏในโทรทัศน์ หลังจากนายคูลีบาลี สามีของเธอ ฆาตกรรมตำรวจหญิง
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของตุรกีเผยว่านางบูร์เมดดีเนได้เดินทางเข้าไปในตุรกีเมื่อวันที่ 2 ม.ค. และเดินทางต่อไปยังซีเรียแล้ว
ด้านประธานาธิบดีออลลองค์เตรียมประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อหารือมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุนองเลือดซึ่งก่อให้เกิดคำถามว่าคนร้ายเล็ดลอดการรักษาความปลอดภัยและหน่วยข่าวกรองไปลงมือได้อย่างไร
การเตรียมพร้อมในฝรั่งเศสยังอยู่ในระดับสูงที่สุด ขณะที่กระทรวงมหาดไทยประกาศระดมกำลังตำรวจเกือบ 5,000 นายเพื่อดูแลความปลอดภัยตามโรงเรียนและศาสนสถานของชาวยิว โดย นายแบร์นาร์ด คัสเนิฟ รัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวว่า ได้วางระบบป้องกันกันทรงพลังสำหรับชุมชนชาวยิวในฝรั่งเศส ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในยุโรป
การประกาศเพิ่มการรักษาความปลอดภัยมีขึ้นหลังจากประชาชนกว่า 1.5 ล้านคนออกมาชุมนุมและเดินขบวนแสดงพลังในกรุงปารีสเมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ขณะที่กระทรวงมหาดไทยระบุว่าผู้คน 3.7 ล้านคนได้ออกมาชุมนุมทั่วประเทศ ถือเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของฝรั่งเศส
นอกจากนั้น ผู้นำหลายประเทศทั่วโลกยังแสดงความเป็นเอกภาพด้วยการคล้องแขนกันเดิน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำอิสราเอลหรือปาเลสไตน์ที่อยู่ใกล้กันที่สุดในรอบหลายปี โดยในการเดินขบวนนั้นผู้นำอิสราเอลกับปาเลสไตน์อยู่แถวเดียวกัน และมีผู้นำคนอื่นคั่นอยู่เพียง 4 คน
นายเนทันยาฮู ชมเชยท่าทีอันแข็งแกร่งของผู้นำฝรั่งเศสต่อการก่อการร้าย ด้าน นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ คาดว่ายุโรปจะเผชิญภัยคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงไปอีกหลายปี แต่นายกรัฐมนตรีมาเทโอ เรนซี แห่งอิตาลี ประกาศว่ายุโรปจะชนะในการท้าทายจากกลุ่มก่อการร้าย
หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่พากันลงภาพคลื่นมนุษย์ตามท้องถนนของฝรั่งเศส พร้อมพาดหัวอย่าง "ประชาชนลุกฮือ", "เดินขบวนเพื่อเสรีภาพ" และ "ฝรั่งเศสยืนหยัด"
ระหว่างการเดินขบวน ผู้คนได้ถือป้ายข้อความอย่าง "ฉันเป็นคนฝรั่งเศสและฉันไม่กลัว" ขณะที่บางส่วนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตที่สำนักงานนิตยสารแนวเสียดสี ชาร์ลี เอบโด ด้วยการชูป้ายว่า "สร้างความสนุก ไม่ใช่สงคราม" หรือ "ใช้น้ำหมึก ไม่ใช่เลือด"
นอกจากที่ฝรั่งเศสแล้ว ผู้คนในหลายเมืองของเยอรมนี ตุรกี สเปน สหรัฐ และแคนาดายังออกไปชุมนุมเพื่อแสดงเอกภาพด้วย




