วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทัพเรืออิเหนาพบส่วนหาง'แอร์เอเชีย'

กองทัพเรืออินโดนีเซียค้นพบชิ้นส่วน คาดเป็นส่วนหางของเที่ยวบิน QZ8501 อันเป็นจุดเก็บกล่องดำ

ขณะหน่วยค้นหาขยายพื้นที่ไปทางตะวันออก หลังกู้ศพมาได้เพียง 34 ศพจากทั้งหมด 162 ชีวิต เหตุคลื่นสูง 4 เมตรเป็นอุปสรรค ภาพดาวเทียมชี้เครื่องบินบินผ่านหมู่เมฆที่มีอุณหภูมิต่ำติดลบ 80-85 องศาเซลเซียส

เรือตรวจการของกองทัพเรืออินโดนีเซียค้นพบชิ้นส่วนที่กัปตันเรือระบุว่าอาจเป็นส่วนหางของเที่ยวบิน QZ8501 ของสายการบินแอร์เอเชีย อันเป็นส่วนที่บรรจุกล่องดำและกล่องบันทึกข้อมูลการบิน

นายยายัน ซอฟยัน กัปตันเรือตรวจการ กล่าวว่า พบชิ้นส่วนที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นส่วนหางของเครื่องบิน แต่หน่วยค้นหาและกู้ภัยยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลนี้

เรือและเครื่องบินที่เข้าร่วมการค้นหาเศษซากและศพผู้โดยสารได้ขยายพื้นที่การค้นหาไปทางตะวันออก เพราะคาดว่ากระแสน้ำจะพัดพาเศษซากและศพไปหลังจากเวลาผ่านมา 8 วัน โดยจุดหลักในการค้นหาคือห่างจากชายฝั่งเกาะบอร์เนียว 90 ไมล์ทะเล ซึ่งมีการระบุว่าพบวัตถุขนาดใหญ่ 5 ชิ้นที่เชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนของเครื่องบิน ชิ้นส่วนใหญ่ที่สุดขนาดประมาณ 18 เมตร

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซีย (บีเอ็มเคจี) ระบุว่า พายุน่าจะเป็นสาเหตุให้เครื่องบินตก อีกทั้งสภาพอากาศยังเป็นอุปสรรคต่อความพยายามกู้ศพและหากล่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน รวมถึงกล่องบันทึกข้อมูลการบินที่น่าจะอธิบายเหตุผลได้ว่าเหตุใดเครื่องบินจึงตกไปในทะเล

นายปีเตอร์ มารอสเซกี นักวิจัยการบินแห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า สภาพอากาศทำให้การค้นหากล่องดำล่าช้าออกไป เพราะมีกระแสลมแรงและคลื่นสูงถึง 4 เมตร โดยกล่องดำจะปล่อยสัญญาณออกมาจากให้ตรวจจับได้ด้วยคลื่นโซนาร์เป็นเวลา 1 เดือนหลังจากประสบอุบัติเหตุ

นอกจากนั้น นายเอสบี สุปรียาดี เจ้าหน้าที่ค้นหาและกู้ภัย ยังกล่าวว่า ทัศนวิสัยในวันก่อนแย่มากในช่วงที่นักประดาน้ำดำลงไปในน้ำ พร้อมระบุถึงกล่องดำว่าหากส่วนหางของเครื่องบินอยู่ในสภาพกลับหัว และประตูที่เก็บกล่องดำจมอยู่ในโคลน ก็จะต้องขุดพื้นทะเลซึ่งถือเป็นงานยาก ดังนั้นจึงได้แต่หวังว่าประตูไปสู่กล่องดำจะหงายขึ้น ซึ่งจะง่ายต่อการนำออกมา

รายงานของบีเอ็มเคจีเกี่ยวกับสาเหตุของการตก ได้อ้างอิงภาพจากดาวเทียมอินฟราเรดที่แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินบินผ่านหมู่เมฆที่มีอุณหภูมิต่ำถึงติดลบ 80-85 องศาเซลเซียส แต่ไม่ชัดเจนว่าเหตุใดเครื่องบินลำอื่นที่บินในเส้นทางใกล้เคียงกันจึงไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ขณะที่นักวิเคราะห์คนอื่นระบุว่ายังไม่มีข้อมูลเพียงพอในการอธิบายอุบัติเหตุครั้งนี้จนกว่าจะค้นพบเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน

สำหรับประเทศที่ช่วยเหลือในการค้นหานั้นมี 4 ประเทศที่ส่งเรือ 9 ลำ และมีทีมนักประดาน้ำรวมถึงผู้เชี่ยวชาญรัสเซีย 7 คน นับถึงขณะนี้สามารถกู้ศพขึ้นมาได้ 34 ศพ ส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารและลูกเรือชาวอินโดนีเซีย รวมถึงบางคนที่ยังรัดเข็มขัดอยู่กับที่นั่ง

เที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารพร้อมลูกเรือ 162 ชีวิต ขณะบินจากเมืองสุราบายาไปสิงคโปร์ แต่ตกลงในทะเล ทั้งนี้ สายการบินอินโดนีเซียแอร์เอเชีย ซึ่งมีแอร์เอเชียในมาเลเซียถือหุ้นอยู่ 49% ถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ที่ระงับใบอนุญาตบริการระหว่างเมืองสุราบายากับสิงคโปร์ ด้วยเหตุผลว่าสายการบินมีใบอนุญาตบินวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์เท่านั้น ขณะที่เที่ยวบิน QZ8501 ให้บริการวันอาทิตย์

นายโจโก เมอร์จัตมอดโจ รักษาการอธิบดีกรมขนส่ง กล่าวว่า ไม่ชัดเจนว่าหากบินคนละวันจะมีผลกับเที่ยวบิน QZ8501 หรือไม่ เพราะการสอบสวนเส้นทางบินและการตกนั้นแยกกัน

"โปรดแยกแยะระหว่างการสอบสวนใบอนุญาตให้ทำการบินกับการสอบสวนอุบัติเหตุการตก ชัดเจนว่าแอร์เอเชียผิดเพราะไม่ได้บินในเวลาและตารางที่ระบุไว้ เราหวังว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้นเร็วๆ นี้ และจะได้ทราบว่าเกิดผิดพลาดที่ไหน" นายเมอร์จัตมอดโจกล่าว

นอกจากนั้น นายเมอร์จัตมอดโจยังถูกนักข่าวถามว่าเหตุใดแอร์เอเชียจึงให้บริการเส้นทางนี้มา 3 เดือนโดยที่กระทรวงคมนาคมไม่ทราบ ซึ่งนายเมอร์จัตมอดโจ กล่าวว่า นี่เป็นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวน

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ร่วมจากหน่วยงานการบินพลเรือนสิงคโปร์และสนามบินชางอีกรุ๊ป ระบุว่า แอร์เอเชียได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นในการให้บริการเที่ยวบินรายวันระหว่างสุราบายากับสิงคโปร์

ขณะเดียวกัน นายพลโมเอลโดโกแห่งกองทัพอินโดนีเซีย ได้เสนอที่จะนำญาติๆ ของผู้โดยสารไปยังจุดที่เครื่องบินตก เพื่อเคารพศพและโปรยดอกไม้ ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาความเศร้าโศกของญาติๆ ลงได้บ้าง

ด้านลูกสาวของนักบิน กัปตันอิริยันโต ขอให้ประชาชนอย่าตำหนิบิดาของเธอ ด้วยการระบุว่าพ่อของเธอก็เสียชีวิตเช่นกัน และยังไม่พบศพเลย สมาชิกในครอบครัวเสียใจกันมาก และในฐานะลูกสาว เธอไม่สามารถยอมรับคำตำหนิได้ เพราะนักบินจะไม่มีวันทำร้ายผู้โดยสาร