ราคาน้ำมันสหรัฐร่วงต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
ราคาน้ำมันสหรัฐร่วงต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ผลจากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และรายงานการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย และอิรัก
ราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ในตลาดไนเม็กซ์ของสหรัฐ เมื่อวานนี้ลดลง 2.65 ดอลลาร์ หรทอ 5% ปิดซื้อขายที่ 50.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยระหว่างวันซื้อขายราคาร่วงลงไปถึง 49.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับต่ำสุดนับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 เป็นต้นมา
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ในตลาดลอนดอน อังกฤษ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ดิ่งลง 3.31 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 53.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การร่วงลงของราคาน้ำมันเมื่อวานนี้ เกิดขึ้นหลังมีปัจจัยบ่งชี้ถึงผลผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากผู้จัดหาหลักอย่างรัสเซีย และอิรัก ในช่วงเวลาที่มีการคาดการณ์ว่า ความต้องการน้ำมันจะลดลงทั่วโลกเพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซา
นอกจากนี้ การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ เมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญอื่นๆ ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดน้ำมัน ที่ซื้อขายกันด้วยสกุลเงินของสหรัฐ เพราะเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจะทำให้ น้ำมันดิบมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อ ที่ใช้สกุลเงินที่อ่อนค่ากว่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์
นักวิเคราะห์เตือนด้วยว่า ราคาน้ำมันอาจร่วงลงไปต่ำกว่านี้ โดยแสดงความกังวลว่า ราคาอาจจะยังร่วงลงไม่ถึงจุดต่ำสุด ทั้งราคาที่ร่วงลงไปต่ำกว่าระดับ 50 ดอลลาร์นั้น อาจจุดชนวนให้เกิดการเทขายมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ราคาร่วงลงไปอีก โดยอาจจะดิ่งลงไปถึง 45 หรือ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า





