สนธิสัญญากำหนดระเบียบสากลสำหรับการค้าขายอาวุธทั่วโลกมูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์ จะมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้
สนธิสัญญากำหนดระเบียบสากลสำหรับการค้าขายอาวุธทั่วโลกที่มีมูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.79 ล้านล้านบาท จะมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ โดยกลุ่มนักรณรงค์ต่างออกมาให้คำมั่นเพื่อรับรองว่าสนธิสัญญาฉบับนี้จะถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด
นางแอนนา แม็คโดนัลด์ ผู้อำนวยการของกลุ่มพันธมิตรควบคุมอาวุธ ซึ่งประกอบด้วยองค์กรนอกภาครัฐหรือเอ็นจีโอกลุ่มต่าง ๆ กล่าวว่า อาวุธยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ ถูกซื้อขายแลกเปลี่ยนกันโดยที่แทบไม่มีใครถามถึงชีวิตของผู้ที่พวกเขาจะทำลายมมาเป็นเวลานานมากแล้ว และสนธิสัญญาว่าด้วยการค้าอาวุธ หรือ เอทีที ฉบับใหม่ซึ่งกำลังมีผลบังคับใช้วันพรุ่งนี้ จะนำพาปัญหาดังกล่าวไปสู่จุดสิ้นสุด
นางแม็คโดนัลด์เสริมว่า หากมีการบังคับใช้สนธิสัญญานี้อย่างจริงจัง จะสามารถช่วยชีวิตคนได้มากมายและให้การปกป้องที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อพลเรือนกลุ่มเสี่ยงทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้รณรงค์ระบุว่า เพื่อการบังคับใช้สนธิสัญญาฉบับนี้ ยังมีงานมากมายรออยู่ข้างหน้า เริ่มด้วยการประชุมครั้งแรกของบรรดาฝ่ายภาครัฐในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีหน้า เพื่อให้สนธิสัญญาฉบับนี้ได้รับการคุ้มครอง โดยจะต้องมีการตัดสินใจในเรื่องกลไกทางการเงินสำหรับสนธิสัญญาฉบับนี้และจัดตั้งสำนักเลขาธิการเพื่อตรวจสอบการบังคับใช้กฎบัตร
ด้านองค์กรนิรโทษกรรมสากล ระบุว่า ขณะนี้มี 130 ประเทศที่ได้ลงนามในสนธิสัญญาฉบับนี้ และมี 60 ประเทศที่ได้ให้สัตยาบันแล้ว รวมถึงประเทศผู้ส่งออกอาวุธรายสำคัญอย่างฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี สเปน และเยอรมนี ส่วนสหรัฐซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ลงนามสนธิสัญญาฉบับนี้แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน ขณะที่รัสเซียและจีนยังไม่ได้ลงนาม
สนธิสัญญาฉบับนี้จะบังคับให้แต่ละประเทศจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลการส่งออกอาวุธแห่งชาติ โดยรัฐต่างๆ ต้องประเมินว่าอาวุธแต่ละชิ้นสามารถถูกนำไปใช้หลบเลี่ยงการห้ามส่งสินค้าระหว่างประเทศ , ใช้เพื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอาชญากรรมสงครามหรือตกอยู่ในมือผู้ก่อการร้ายและขบวนการอาชญากรรมได้หรือไม่


