วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อาเบะ'เดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ผู้นำญี่ปุ่นลั่นเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจ หลังคว้าชัยถล่มทลาย ได้เสียงข้างมากในสภาล่างจากการเลือกตั้งทั่วไป

นักวิเคราะห์ชี้หากพลิกฟื้นเศรษฐกิจไม่ได้ ต้นทุนทางการเมือง "อาเบะ" จะลดวูบ

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่น แถลงหลังจากคว้าชัยอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดเมื่อวันอาทิตย์ (14 ธ.ค.) ว่าจะเดินหน้าผลักดันวาระต่างๆ พร้อมรับปากจะดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจ

"เราต้องเดินหน้านโยบาย 'อาเบะโนมิกส์' โดยเร็ว เพราะชัดเจนว่านี่เป็นสิ่งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงต้องการ และเราก็ต้องตอบสนองตามนั้น" นายอาเบะกล่าวถึงยุทธศาสตร์กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยศร 3 ดอก

ทั้งนี้ พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) และพรรคโคไมโตะ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล กวาดที่นั่งไป 2 ใน 3 ในการเลือกตั้งสภาล่างหรือ 326 ที่นั่งจากทั้งหมด 475 ที่นั่ง ยัดเยียดความปราชัยให้แก่ฝ่ายค้านซึ่งได้แก่พรรคประชาธิปไตยที่ได้ไป 73 ที่นั่ง แต่นายบันดิ ไคเอดะ หัวหน้าพรรค ไม่ได้รับเลือกตั้ง ทำให้ต้องประกาศลาออก

คาดว่านายอาเบะ วัย 60 ปี จะตั้งคณะรัฐมนตรีที่น่าจะหน้าเดิมๆ หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยจากสภาล่างในวันที่ 24 ธ.ค.

นายอาเบะขึ้นสู่อำนาจในปี 2555 ด้วยการประกาศจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศด้วยนโยบาย "อาเบะโนมิกส์" ที่ประกอบด้วยการผ่อนคลายทางการเงิน การใช้จ่ายภาครัฐ และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อลดกฎระเบียบ โดยการผ่อนคลายเชิงประมาณและคุณภาพ (คิวคิวอี) ของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลขนานใหญ่ ฉุดเงินเยนให้อ่อนค่าอันเป็นผลดีแก่ผู้ส่งออก และดันตลาดหลักทรัพย์ได้มาก

แต่นายอาเบะยังไม่ได้ผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง อันเป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าเป็นสิ่งสำคัญในการนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมายืนได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการจ้างงาน และการสะสางผลประโยชน์ด้านการล็อบบีภาคเกษตร

ขณะที่การขึ้นภาษีการขายเมื่อเดือนเม.ย. ทำให้ผู้บริโภคไม่ควักกระเป๋าใช้จ่าย และทำให้เศรษฐกิจตกสู่ภาวะถดถอย

นายฮิเดโอะ คูมาโน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งสถาบันวิจัยไดอิชิ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งเป็นเหมือนการรับรองสิ่งที่ทำมาในอดีต ไม่ใช่อนาคต นับจากนี้นายอาเบะต้องสร้างผลงานให้สอดคล้องกับที่รับปากไว้ และหากพลิกฟื้นเศรษฐกิจไม่ได้ ต้นทุนทางการเมืองของเขาจะลดลงอย่างง่ายดาย ดังนั้นช่วงเวลาสำคัญยังรออยู่ข้างหน้า

หนังสือพิมพ์ไมนิชิตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 52% อาจทำให้นายอาเบะไม่มีอาณัติในมือมากนัก

ขณะเดียวกัน ดัชนีนิกเคอิในตลาดโตเกียวปิดตลาดวานนี้ (15 ธ.ค.) ร่วงลง 1.57% หรือ 272.18 จุด เพราะนักลงทุนไม่สนใจผลการเลือกตั้ง