"สหรัฐ"อาจผ่อนคำสั่งห้ามชาวเกย์บริจาคเลือด ภายใต้นโยบายที่ใช้มานาน 31 ปี โดยขึ้นอยู่กับมติของเอฟดีเอ
คณะกรรมการที่ปรึกษาของสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ(เอฟดีเอ)เริ่มประชุมเป็นเวลาสองวัน ตั้งแต่เมื่อวันอังคาร(2 ธค.) เพื่อทบทวนนโยบายห้ามชาวเกย์บริจาคเลือด ที่เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2526 ครั้งที่โรคเอดส์แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในชุมชนชาวรักเพศเดียวกัน จนหวาดวิตกเรื่องการติดเชื้อไวรัสมรณะ ซึ่งในสมัยนั้นยังมีความเข้าใจไม่มากนัก
แต่ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ข้อจำกัดนี้ล้าสมัยไปแล้ว ความก้าวหน้าในการตรวจหาไวรัสเอชไอวีในปัจจุบัน ทำให้การบริจาคเลือดโดยชายชาวเกย์ มีความปลอดภัยมากกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุขและบริการประชาชน เสนออนุญาตให้ผู้ชายที่ว่างเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย 12 เดือนบริจาคเลือดได้ แทนห้ามตลอดชีวิต ส่วนผู้ที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นในปีที่ผ่านมา จะได้รับอนุญาตให้บริจาคเลือดได้
แต่นายเจสัน เคียนซีออตตา ผู้อำนวยการนโยบายสาธารณะจาก"เกย์ เมนส์ เฮล์ท ไครซิส" กล่าวว่า แนวทางเช่นนั้น ไม่ได้ช่วยขจัดการตีตรา หรือเลือกปฏิบัติชาวเกย์ แต่กลุ่มฯเสนอให้ใช้ระบบคัดครองผู้บริจาคในกลุ่มเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อเอชไอวี ไม่ว่าจะเป็นเกย์ หรือชายหญิงแทน
ขณะที่นายปีเตอร์ สปริก นักวิจัยอาวุโสด้านนโยบายศึกษา สภาวิจัยครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยม ไม่เห็นด้วยกับการปรับเปลี่ยนใดๆที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าสู่ระบบการสำรองโลหิต เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์


