นักวิเคราะห์เตือนนโยบายการเงินใหม่ของจีน และยุโรป มีความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งเรื่องฟองสบู่ และเงินเฟ้อพุ่ง
บรรดานักวิเคราะห์ ออกมาแสดงความเห็นกรณีที่ พีเพิลส์ แบงก์ ออฟ ไชน่า หรือธนาคารกลางจีน ตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยทั้งเงินฝาก และเงินกู้ระยะ 1 ปี เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี และกรณีที่ ประธานธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี "นายมาริโอ ดรากี" ประกาศว่า อาจดำเนินมาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อ ว่า แม้การเคลื่อนไหวเหล่านี้ จะจะเป็นเรื่องดีสำหรับนักลงทุน แต่ก็เป็นนโยบายที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในหลายด้าน ทั้งการจุดชนวนให้เกิดภาวะฟองสบู่ หรือการหนุนให้เกิดเงินเฟ้อในระดับที่สูงเกินไป หากใช้นโยบายเหล่านี้เป็นเวลานาน
นอกจากนี้ มาตรการที่ออกมา ยังไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาทางโครงสร้างอย่างแท้จริง ทั้งที่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของหลายประเทศ กำลังหาทางแก้ไขเรื่องนี้กันอยู่ ซึ่งการดำเนินนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะในยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงการทำตามแนวทางของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ที่ให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมเข้าถึงเงินได้ง่ายขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ท่าทีล่าสุดของทั้งจีน และสหภาพยุโรป (อียู) ยังบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายในทั้ง 2 เขตเศรษฐกิจสำคัญ กำลังรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้น จากการที่ต้องเผชิญหน้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจในบ้านเกิดที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อความต้องการที่ลดลง กำลังสร้างแรงกดดันต่อราคา และทำให้อัตราเงินเฟ้อ อยู่ในระดับที่ธนาคารกลางหลายประเทศมองว่า ต่ำเกินไป


