อียูระบุการเติบโตศก.เอเชียก้าวเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ช่วยส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน
นายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจในเอเชียมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับผู้คนกว่าหลายล้านคน ขณะที่ยุโรปมีการตอบรับเป็นอย่างดีในการรับผลประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชีย
นายบาร์โรโซ แถลงในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ครั้งที่ 7 วันแรกว่าด้วยวาระระดับโลกและวาระการเปิดตัวรายงานประจำปี 2558 ที่นครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า การเติบโตของเอเชียเพื่อก้าวเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายต่อไปของโลกนั้น ช่วยส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน
นายบาร์โรโซ กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ในส่วนของยุโรปจะยังมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐ แต่จีนก็ยังคงเป็นประเทศที่ได้เปรียบมากกว่าในแง่ของโลกาภิวัฒน์
นอกจากนี้ รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกประจำปี 2558 ของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ซึ่งอิงจากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจทั้งในระดับอาวุโสและทั่วไป ระบุว่า 25% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวเอเชีย และ 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวอเมริกันมองว่า จีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญที่สุด
ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวอีกว่า ยุโรปจะไม่ยอมพลาดโอกาสสำคัญในเอเชีย ซึ่งประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียูมีการตอบรับเป็นอย่างดี และได้ขยายขอบเขตทางการค้าและการลงทุนเป็นส่วนใหญ่ โดยทางอียูได้จัดทำข้อตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอร่วมกับเกาหลีใต้ และได้เริ่มเจรจาเอฟทีเอร่วมกับญี่ปุ่น อีกทั้งยังใกล้จะประสบความสำเร็จในการจัดทำเอฟทีเอร่วมกับเวียดนาม
นอกจากนี้ นายบาร์โรโซระบุว่า อียูได้มีการสรุปข้อตกลงทางการลงทุนร่วมกับจีน โดยการค้าทั่วโลกนั้นได้กระตุ้นการขยายตัวอย่างยั่งยืนในเอเชีย และช่วยให้ชาวเอเชียหลายล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน ดังนั้น การค้าระหว่างอียูและเอเชียจึงเป็นผลประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ในหัวข้อดังกล่าวจะดำเนินไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.)





