"ซาแมนธา เพาเวอร์"แถลงระหว่างเยือนแอฟริกาตะวันตกจะช่วยต่อสู้กับการระบาดของไวรัสอีโบลา
นางซาแมนธา เพาเวอร์ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ แถลงระหว่างเยือนแอฟริกาตะวันตกว่า รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ที่เคยให้คำมั่นว่าจะช่วยต่อสู้กับการระบาดของไวรัสอีโบลา ควรจะรักษาคำพูด พร้อมระบุว่า เวลานี้ไม่มีเรื่องไหนในโลกสำคัญไปกว่าการต่อสู้กับเชื้อมรณะนี้แล้ว
นางเพาเวอร์ กล่าวว่า ขณะนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ จะต้องร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อควบคุมเชื้ออีโบลา อีกทั้งเวลายังมีความต้องการเตียงผู้ป่วย และสารฟอกขาวเพิ่ม รวมถึงเงินสดสำหรับจ่ายให้กับบรรดาอาสาสมัครชุมชนหรือคนเก็บศพ เพื่อให้การฝังศพปลอดภัยมากขึ้น
ทูตรายนี้ บอกด้วยว่า เธอพอใจกับความคืบหน้าของการรับมืออีโบลาในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังมีความท้าทายสำคัญที่สุดอยู่ 2 อย่าง คือ การอุดช่องโหว่ในการขนย้ายคนและทรัพยากรต่าง ๆ และการต่อสู้กับความตื่นกลัว กระแสข่าวลือ และการถูกตราหน้าจากสังคม
ทางด้าน "นายแอนโธนี แบนบิวรี" หัวหน้าคณะดำเนินการฉุกเฉินเกี่ยวกับโรคอีโบลายูเอ็น หรือ อันเมียร์ "คาดการณ์ว่า หากเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในแอฟริกาตะวันตก จำเป็นต้องมีหน่วยรักษาอีโบลาถึง 53 หน่วย แต่ปัจจุบันมีอยู่เพียง 20 หน่วยเท่านั้น
ขณะที่รัฐบาลจีนเริ่มส่งเครื่องบินลำเลียงความช่วยเหลือไปยังกรุงกินชาซาของคองโก ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับต่อสู้กับไวรัสอีโบลาน้ำหนักรวม 17 ตัน
สถานทูตจีนในคองโก ระบุว่า กรุงกินชาซาเป็นหนึ่งในที่หมายหลายแห่งที่เครื่องบินของจีนจะแวะลงจอดเพื่อส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ สารฆ่าเชื้อ และถุงมือ มูลค่ารวม 800,000 ดอลลาร์ หรือราว 25.1 ล้านบาท
ด้านทูตจีน นายเฉิน จี้หง กล่าวว่า อุปกรณ์เหล่านี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการช่วยเหลือของประชาชนและรัฐบาลจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคอีโบลาและการระบาดของโรคนี้
ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากอีโบลา 4,920 คนจากจำนวนผู้ติดเชื้อ 13,703 คน


