เลขาธิการกาชาดสากลหวั่น กระแสตื่นกลัวไวรัสอีโบลาอาจขยายวงกว้างขึ้นจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีรับม
นายเอลฮัดจิ อัส-ไซ เลขาธิการคณะกรรมการกาชาดสากล ระบุว่า ความพยายามเพื่อเอาชนะไวรัสอีโบลาทั่วโลกในขณะนี้มีความคืบหน้ามากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เขาหวั่นว่า กระแสตื่นกลัวและการขาดความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสมรณะนี้จะทำให้กระแสดังกล่าวขยายวงยิ่งขึ้น
นายไซซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกาชาดสากลเมื่อเดือนสิงหาคม กล่าวว่า เขามีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับกระแสตื่นกลัว และความเสียหายจากไวรัสอีโบลา รวมถึงการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้กระแสข่าวลือและการแพร่ระบาดเลวร้ายได้มากกว่าไวรัสอีโบลาด้วยซ้ำ
เมื่อสัปดาห์ก่อน มอริเตเนีย ซึ่งอยู่ในตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปสั่งปิดพรมแดนติดกับมาลีเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของอีโบลา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายวงของเชื้อมรณะในแอฟริกาตะวันตก หลังจากมีเด็กหญิงคนหนึ่งจากกินีเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวในมาลี
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาคาร์ เกอิตา ของมาลี กล่าวว่า อาจจะไม่สั่งปิดพรมแดนติดกับกินี แม้ว่าจะมีกรณีเสียชีวิตของเด็กหญิงรายดังกล่าว ซึ่งอาจสัมผัสกับหลายคนระหว่างเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรผ่านมาลี รวมถึงแวะในสถานีขนส่งสาธารณะของกรุงบามาโกด้วย
ขณะนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกำลังเร่งส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปในมาลีเพื่อช่วยยับยั้งการแพ่ระบาดของอีโบลาในประเทศดังกล่าวซึ่งเป็นประเทศที่ 6 ในแอฟริกาตะวันตกที่มีการระบาดของไวรัสมรณะนี้
องค์การอนามัยโลกระบุว่า นับถึงวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตจากเชื้ออีโบลาอยู่ที่อย่างน้อย 4,922 คนใน 8 ประเทศ โดยส่วนใหญ่อยู่ในกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ขณะที่เซเนกัลและไนจีเรียได้รับการรับรองให้เป็นประเทศปลอดเชื้ออีโบลาแล้ว





