อินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเครือข่ายสังคมออนไลน์ "เฟซบุ๊ค" ที่มีฐานผู้ใช้ถึง 69 ล้านคน
แต่ผู้จัดการเฟซบุ๊คอินโดนีเซีย"นายอานันท์ ติลัก" กล่าวว่า ชาวอินโดนีเซียยังไม่รู้ถึงวิธีการใช้เฟซบุ๊คโฆษณาสินค้า และเฟซบุ๊คต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยการเปิดบริษัทขึ้นที่นี่
เฟซบุ๊คเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอินโดนีเซียเมื่อ 6 เดือนก่อน โดยส่งทีมงานชุดแรกเข้ามาพร้อมภารกิจสร้างรากฐานเพื่อการปฏิบัติงานในระยะยาว ความรู้ส่วนหนึ่งที่บริษัทต้องการเผยแพร่คือ วิธีใช้ประโยชน์จากโฆษณา และเครื่องมือส่งเสริมการขายที่มีอยู่บนเฟซบุ๊ค
นายติลักกล่าวว่า เฟซบุ๊คให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ลูกค้า และบริษัทถึงวิธีการใช้เฟซบุ๊คเพื่อเข้าถึงผู้ใช้รายอื่น ๆ
ค่าใช้จ่ายเพื่อการโฆษณาทางสื่อดิจิทัล แม้จะเป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับสื่อดั้งเดิม แต่ก็เพิ่มจำนวนขึ้น นักการตลาดอิเล็กทรอนิกส์แนะนำว่า ตัวเลขค่าใช้จ่ายโฆษณาในสื่อชนิดนี้ของอินโดนีเซียในปีนี้จะอยู่ที่ 420 ล้านดอลลาร์ และจะเพิ่มขึ้น 71.4% ในปี 2558 เพราะเฟซบุ๊กได้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้ค้นพบเนื้อหาใหม่ๆ ผ่านหน้านิวส์ฟีด ที่นักโฆษณาสามารถระดมเสียงกล่าวขวัญถึงแบรนด์ของตนได้
อย่างไรก็ตาม โฆษณาและการส่งเสริมการขายที่ปรากฏบนหน้าฟีดจะต้องไม่รบกวนผู้ใช้ ซึ่งเฟซบุ๊คก็เหมือนกับหน้าเว็บอื่น ๆ ที่ปรับแต่งโฆษณาบนพื้นฐานความสนใจและนิสัยของผู้ใช้
ในไตรมาสสองของปีนี้ เฟซบุ๊กทำรายได้จากการโฆษณา 2,680 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นายติลักกล่าวเพิ่มเติมว่า การโฆษณาแบบไม่รบกวนผู้ใช้ และการส่งเสริมการขายผ่านเฟซบุ๊ค หมายถึงการให้ข้อมูลในสิ่งที่ผู้ใช้อยากรู้ ประสบการณ์ผู้ใช้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด และผู้ใช้ต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ
นอกจากช่วยส่งเสริมแบรนด์และการโฆษณาแล้ว เฟซบุ๊คยังใช้เพื่อช่วยให้ผู้คนเชื่อมโยงและแบ่งปันกันในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขา นายติลักยกตัวอย่างเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เฟซบุ๊กได้เปิดเพจติดตามการเลือกตั้ง ให้ผู้ใช้ได้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเรื่องการเลือกตั้งได้ ทั้งยังทำโทรโข่งเลือกตั้งคอยเตือนใจผู้ใช้เฟซบุ๊กให้ออกไปเลือกตั้งด้วย
นายติลัก ซึ่งเคยทำงานให้กับกูเกิลมาก่อน และการที่เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการเฟซบุ๊กประจำอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นโอกาสที่เยี่ยมยอด เล่าว่า เฟซบุ๊กกำลังมองหาคุณลักษณะใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับตลาดที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างอินโดนีเซีย แต่ความท้าทายอันหนึ่งสำหรับอินโดนีเซียคือการได้คนเก่งที่จริงใจภายใต้บรรยากาศดิจิทัล การแก้ปัญหานี้ของอุตสาหกรรมดิจิทัลโดยรวมคือการร่วมมือกันบ่มเพาะคนเก่งในอนาคต โดยการบรรยายในมหาวิทยาลัยในหัวข้อการตลาดดิจิทัล การชิงตัวคนเก่งจากบริษัทคู่แข่งเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น
ด้านนายนันดา อีเวนส์ ซีอีโอบริษัทการตลาดดิจิทัล "เอ็กซ์เอ็ม แกรวิตี" ซึ่งมีลูกค้าทั้งในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค โทรคมนาคม และอีคอมเมิร์ซ กล่าวว่า การที่เฟซบุ๊กมาตั้งบริษัทในอินโดนีเซียถือเป็นสินทรัพย์ที่เยี่ยมยอด ในการพัฒนาตลาดดิจิทัลของอินโดนีเซีย จะประเมินการที่เฟซบุ๊กเข้ามาอินโดนีเซียต่ำเกินไปไม่ได้
นายอีเวนส์ชี้ว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การขาดแคลนมืออาชีพด้านการตลาดดิจิทัล ทำให้การโฆษณาในอินโดนีเซียต้องหันไปพึ่งพาสื่อดั้งเดิมเป็นหลัก ดังนั้นการฝึกอบรม เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านเทคนิคเรื่อง "ซัพพอร์ท แดชบอร์ด" ของเฟซบุ๊กจะช่วยให้นักโฆษณาดิจิทัลจัดการกับโฆษณาได้ดีขึ้น การมีเฟซบุ๊กและบริษัทเฟซบุ๊กในอินโดนีเซีย มีส่วนช่วยอุตสาหกรรมโฆษณาในมากทีเดียว





