สหรัฐเริ่มตรวจผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลา ผู้โดยสารที่เดินทางจาก3ประเทศ ในแอฟริกาตะวันตกแล้ว
บรรดาเจ้าหน้าที่สนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี้ เริ่มใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัสตัวกับผู้โดยสาร และหากพบผู้โดยสารที่มีไข้ จะถูกซักประวัติว่าใกล้ชิดผู้ติดเชื้ออีโบลามาก่อนหรือไม่ และอาจถูกกักตัวที่สนามบินในกรณีที่จำเป็น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้มีไข้จะไม่ติดเชื้ออีโบลาแต่ป่วยเป็นโรคอื่น และอาจมีผู้ติดเชื้ออีโบลาหลุดรอดจากการตรวจคัดกรองหากยังไม่แสดงอาการเหมือนกรณีของนายโธมัส เอริค ดันแคน ที่เดินทางมาจากไลบีเรียเมื่อเดือนก่อน และเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส นับเป็นผู้ติดเชื้อที่พบในสหรัฐเป็นรายแรก
ทั้งนี้ มาตรการคัดกรองดังกล่าว จะขยายไปยังสนามบินนวร์กลิเบอร์ตี้ สนามบินวอชิงตันดัลเลส สนามบินชิคาโกโอแฮร์ และสนามบินฮาร์ทสฟิลด์-แจ็คสัน แอตแลนตา ต่อไปในสัปดาห์หน้า
ขณะที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐเปิดเผยว่า ในแต่ละวันมีผู้โดยสารประมาณ 150 คนเดินทางมาจากหรือเดินทางผ่านไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และกินี โดยเกือบทั้งหมดจะเข้าประเทศสหรัฐผ่านสนามบินหลักหนึ่งใน 5 แห่งดังกล่าว และแม้ทั้ง 3 ประเทศแอฟริกานี้จะไม่มีเที่ยวบินตรงกับสหรัฐ แต่กระทรวงมาตุภูมิสามารถสืบกลับไปยังประเทศต้นทางของผู้โดยสาร ถึงแม้จะแวะเปลี่ยนเครื่องบินในหลายประเทศก็ตาม และปัจจุบันยังมีสายการบินจากโมร็อกโก เบลเยียม และฝรั่งเศส บินเข้าออกแอฟริกาตะวันตกอยู่





