สื่อรัสเซียประโคมข่าว สหรัฐชักใยอยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง
สื่อรัสเซียประโคมข่าว สหรัฐชักใยอยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง พร้อมย้ำการประท้วงใหญ่ในมอสโกและยูเครนช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็เป็นฝีมือชาติตะวันตกที่ต้องการบ่อนทำลายความมั่นคงรัฐบาลรัสเซีย
แม้การประท้วงในฮ่องกงจะเป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลกเมื่อวันจันทร์ (29 ก.ย.) ที่ผ่านมา แต่สถานีโทรทัศน์หลักของรัสเซียที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล "เฟิสต์ แชนเนล" กลับไม่มีรายงานข่าวชิ้นนี้แต่อย่างใด ส่วนสถานีข่าวของรัฐบาลกรุงมอสโกอีกช่องหนึ่ง คือ "เอ็นทีวี" ก็รายงานเรื่องการประท้วงดังกล่าวแค่เพียงสั้นๆ เท่านั้น
ทว่าในวันถัดมา บรรดาสื่อของรัฐบาลรัสเซีย รวมถึง รัสซียา 24 และ เฟิสต์ แชนเนล ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการรับชมข่าวสารของประชาชนในประเทศ ต่างนำเสนอข่าวการประท้วงฮ่องกงว่าเป็นฝีมือขององค์กรต่างๆ ที่สหรัฐจัดตั้งขึ้นมา เพื่อทำการปฏิวัติรัฐบาลจีน เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในกรุงเคียฟของยูเครน ทั้งยังอ้างว่ารัฐบาลจีนเป็นคนกล่าวว่า แกนนำการประท้วงมีส่วนเชื่อมโยงกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ โดยที่ไม่เคยมีการแถลงเรื่องนี้จากฝั่งรัฐบาลกรุงปักกิ่งแต่อย่างใด
ทั้ง 2 สถานียังได้นำเสนอคลิปวีดีโอที่เปรียบเทียบผู้ประท้วงสาวในฮ่องกงและยูเครน ว่ามีบุคลิกและการพูดที่คล้ายกัน ซึ่งน่าจะได้รับการฝึกจากสหรัฐเช่นเดียวกัน ทั้งยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่นักเรียนนักศึกษาสามารถมารวมตัวประท้วงได้มากขนาดนี้ อาจมีองค์กรบางแห่งคอยสนับสนุนอยู่
ผู้สื่อข่าวของ รัสซียา 24 กล่าวว่า ไม่มีทางที่กลุ่มผู้ประท้วงวัยรุ่นเหล่านี้จะเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้เป็นแบบเดียวกัน พร้อมกัน จนกลายเป็นภาพการชุมนุมที่ดังไปทั่วโลก หรือแม้แต่การนัดกันให้พกร่มไปกางป้องกันตัวเอง ถ้าหากสหรัฐไม่สั่งการให้พวกเขาทำ
การประท้วงในลักษณะคล้ายกันนี้เกิดขึ้นกับรัสเซีย ช่วงปลายปี 2554 หลังประชาชนไม่พอใจผลการเลือกตั้ง เพราะมองว่าประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองสามารถขึ้นมาครองตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 แต่ภายหลังรัฐบาลเข้ามากดดันอย่างหนัก จนต้องเลิกการชุมนุมในที่สุด
รัฐบาลรัสเซียได้จับกุมตัวผู้ประท้วงจำนวนมาก ทั้งยังเข้าจัดการกับองค์กรที่ได้รับทุนจากชาติตะวันตกหลายแห่งที่ให้การสนับสนุนการชุมนุม และควบคุมการนำเสนอข่าวของสื่อ พร้อมกับกล่าวหาการประท้วงว่า เป็นแผนการทำลายประเทศที่มีความคิดเห็นตรงข้ามกับรัฐบาลสหรัฐ
รัสซียา 24 ระบุว่า การประท้วงในฮ่องกงถูกจัดตั้งขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะเกิดขึ้นหลังการประท้วงยูเครนไม่นานนัก และอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพยายามสร้างเรื่องให้จีนเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับที่ยูเครน เพื่อป้ายความผิดให้รัฐบาลรัสเซีย
ส่วนผู้ประกาศของ เฟิสต์ แชนเนล บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐตั้งใจจะทำให้เกิดสถานการณ์ที่ไร้เสถียรภาพขึ้นมา ทั้งจากการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตกที่ทำให้รัสเซียหันไปยังซีกโลกตะวันออก เพื่อหาทางเลือกทางการเงินแห่งใหม่ ขณะเดียวกัน จีนเองก็อาจถูกทำโทษจากการที่แดนมังกรมีจุดยืนที่เป็นกลางในเรื่องวิกฤติยูเครน ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาติตะวันตกไม่ยอมรับ
ทั้ง 2 สถานียังระบุว่า นักเรียนที่มาประท้วงนั้น ส่วนหนึ่งเรียนอยู่ที่สถาบันฮ่องกง-อเมริกา เซ็นเตอร์ จึงถือเป็นหลักฐานชั้นดีว่าสหรัฐยื่นมือเข้ามาจัดการประท้วงต่อต้านจีนในครั้งนี้
ฮ่องกงรวบผู้ชุมนุมอย่างน้อย19คน
เมื่อคืนวันศุกร์ (3 ต.ค.) ตำรวจฮ่องกงจับกุมกลุ่มคนอย่างน้อย 19 คน หลังเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย กับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านที่มีแนวคิดสนับสนุนรัฐบาลจีน ซึ่งเหตุปะทะกันครั้งนี้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 คน ซึ่งรวมไปถึงตำรวจ 6 นาย
โดยการปะทะกันเกิดขึ้นหลังจากมีการเลื่อนการเจรจาระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยกับรัฐบาลออกไปอย่างไม่มีกำหนดตำรวจต้องใช้เวลากว่าชั่วโมงในการควบคุมฝูงชนขณะที่เกิดการปะทะขึ้น
ส่วนผู้ที่ถูกจับกุม ถูกกล่าวหาว่าการก่อการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ต่อสู้และทำร้ายร่างกายในที่สาธารณะ ในจำนวนนี้มีชาย 8 คนที่เชื่อว่าพัวพันกับแก๊งอาชญากรรม
ด้านผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมมากขึ้น และขอให้ตำรวจดูแลปกป้องความปลอดภัยในพื้นที่การชุมนุมให้มากยิ่งขึ้นด้วย
การชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายต่ออำนาจและอิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่รับมอบเกาะฮ่องกงคืนจากอังกฤษเมื่อปี 2540 หลังครบสัญญาเช่านาน 99 ปี
สตรีในที่ชุมนุมเหยื่อละเมิดทางเพศ
องค์กรนิรโทษกรรมสากล ระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในฮ่องกงที่เป็นสตรี กำลังตกเป็นเหยื่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศและการทำร้ายในรูปแบบต่างๆ ขณะที่การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงบางช่วงเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนทางการฮ่องกง กับกลุ่มที่ชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ นายเหลียง ชุน-อิง หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงลาออก
องค์กรนิรโทษกรรมสากล ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจประสบความล้มเหลวในการทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยของบรรดาผู้ชุมนุมประท้วงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงและเด็กสาวจำนวนมากถูกทำร้าย





