ข้อมูลเศรษฐกิจทำให้นักลงทุนในตลาดวิตกกังวล ฉุดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงอย่างมาก
หุ้นสหรัฐ ปิดตลาดปรับตัวลงอย่างมาก หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่มีทั้งดีเกินคาดและต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาด ทำให้บรรดานักลงทุนในตลาดวิตกกังวล
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 16,804.77 จุด ปรับตัวลง 238.13 จุดหรือ 1.40% ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 26.15 จุดหรือ 1.33% ปิดที่ 1,946.14 จุด และดัชนีแนสแดก ทรุดลง 71.30 จุดหรือ 1.59% ปิดที่ 4,422.09 จุด
หุ้นสหรัฐปิดตลาดปรับตัวลง หลังจากกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับตัวลดลงในเดือนส.ค. เพราะได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายที่อ่อนแรงลงของภาคเอกชนนอกภาคครัวเรือน และการชะลอตัวลงของการลงทุนของรัฐบาล
รายงานของกระทรวงระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างลดลง 0.8% จากปีก่อน แตะที่ 9.6096 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง 0.5%
ตัวเลขที่ลดลงส่วนใหญ่เนื่องมาจากการปรับตัวลง 1.4% ของค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างนอกหมวดที่อยู่อาศัย ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของภาคเอกชนในหมวดที่อยู่อาศัยปรับตัวลดลงเพียง 0.1% ในเดือนส.ค.
ขณะที่ บริษัทออโตเมติค ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (เอดีพี) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐเปิดเผยว่า ภาคเอกชนสหรัฐจ้างงานเพิ่ม 213,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. เนื่องจากการจ้างงานที่แข็งแกร่งในภาคการผลิต
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าการประเมินของนักวิเคราะห์ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 205,000 ในเดือนก.ย. และทำสถิติปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 200,000 ตำแหน่งเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน
เอดีพี ระบุว่า ภาคการผลิตเพิ่มตำแหน่งงานในอัตราที่รวดเร็วขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 35,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของอุตสาหกรรมนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2553 ขณะที่ภาคบริการจ้างงานเพิ่มขึ้น 155,000 ตำแหน่ง และภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้น 20,000 ตำแหน่ง


