สหรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงขึ้นถึงเดือนละ 1,000 ล้านดอลลาร์ ในการปราบกลุ่มรัฐอิสลามในซีเรียและอิรัก
บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ชี้ การใช้ปฏิบัติการทางอากาศเพื่อโจมตีกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส ในซีเรียและอิรัก ที่ขยายวงกว้างขึ้น อาจทำให้สหรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อครั้งที่เกิดความขัดแย้งในลิเบียเมื่อปี 2554 โดยอาจพุ่งสูงขึ้นถึงเดือนละ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 32,000 ล้านบาท
เมื่อเดือนสิงหาคม กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เคยประเมินไว้ว่า ปฏิบัติการทหารในอิรักอาจมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 7.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 240 ล้านบาทต่อวัน แต่แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ในกระทรวง ก็ยอมรับว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินในระดับต่้ำ และยังเกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐ จะมีคำสั่งขยายปฏิบัติการเข้าไปในซีเรีย
ทางด้านนักวิเคราะห์งบประมาณ และอดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐ คาดการณ์ว่า ค่าใช้จ่ายรายปีของการทำสงครามอาจเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อพิจารณาจากปฎิบัติการทางอากาศในซีเรีย ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ค่าใช้จ่าย และค่าสึกหรอในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ไฮเทค และค่าใช้จ่ายของหน่วยทหารเล็กที่อาจต้องจัดตั้งขึ้นในอิรัก และภายในภูมิภาค
สมาชิกอาวุโสของสภาแอตแลนติกในสหรัฐ "นายจิม ฮาสลิค" เปิดเผยว่า เขาคิดว่าสงครามครั้งนี้จะต้องใช้เงินหลักหมื่นล้านดอลลาร์ ไม่ใช่แค่พันล้านดอลลาร์ โดยในการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอสในคืนแรกนั้น สหรัฐยิงจรวดโทมาฮอว์คจากเรือรบในทะเลไป 47 ลูก และส่งเครื่องบินขับไล่ เอฟ-22 แรพเตอร์ ไปอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจรวดแต่ละลูกมีต้นทุนอยู่ที่ 1.5 ล้านดอลลาร์ และเครื่องบินเอฟ-22 มีค่าใช้จ่าย 68,000 ดอลลาร์ต่อการบินหนึ่งชั่วโมง
ขณะที่นายทอดด์ แฮร์ริสัน จากศูนย์ยุทธศาสตร์และการประเมินงบประมาณในสหรัฐ กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในปฏิบัติการครั้งนี้ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการทำสงครามในอัฟกานิสถานและอิรักช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยค่าใช้จ่ายสำหรับสงครามอัฟกานิสถานอยู่ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ส่วนครั้งที่สหรัฐบุกอิรักเมื่อปี 2546 จนกระทั่งยึดได้สำเร็จเมื่อปี 2554 นั้น มีค่าใช้จ่ายรวมกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์และอดีตผู้บัญการทหารส่วนใหญ่ของสหรัฐต่างเห็นพ้องกันว่า ค่าใช้จ่ายของสหรัฐจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่สงครามครั้งนี้ยังดำเนินต่อไป





