วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เซียร์ราลีโอน สั่งห้ามออกนอกบ้าน3วัน

เซียร์ราลีโอนสั่งประชาชนห้ามออกนอกบ้าน 3 วัน หวังคุมอีโบลา แพทย์ไร้พรมแดนติง ไม่ช่วยยับยั้ง

แต่ทำให้การระบาดกระจายออกไป เพราะผู้ติดเชื้อหลบหนี ด้านแพทย์อเมริกันที่ติดเชื้อขณะปฏิบัติหน้าที่ในไลบีเรีย มีอาการดีขึ้นหลังถูกนำตัวไปศูนย์การแพทย์เนบราสกา

ทางการเซียร์ราลีโอน ระบุ จะจำกัดบริเวณประชาชนทั่วประเทศให้อยู่ภายในบ้านพักเป็นเวลา 3 วัน ปลายเดือนนี้ หวังควบคุมการระบาดของไวรัสอีโบลา โดยจะมีการห้ามยวดยานและคนเดินเท้าออกมาตามท้องถนนด้วย ยกเว้นเฉพาะผู้มีกิจธุระหรือธุรกิจจำเป็น

ข้อห้ามดังกล่าวจะบังคับใช้เป็นเวลา 72 ชั่วโมงเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.นี้ แต่จะมีการเตรียมการตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. และอาจขยายเวลาออกไปหากจำเป็น

"จะมีการบังคับใช้ข้อห้ามนี้อย่างเข้มงวดโดยไม่มีการยกเว้น เพราะเราตั้งใจจะควบคุมไวรัสนี้ให้อยู่" โฆษกรัฐบาลกล่าว

เจ้าหน้าที่จะใช้จังหวะเวลา 3 วันนี้ค้นหาผู้ป่วยซึ่งไม่ยอมเข้ารับการรักษาตัวตามสถานพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเอ็นจีโอจะใช้โอกาสนี้ตรวจทีละบ้านเพื่อหาว่ามีใครติดเชื้อและถูกญาตินำตัวไปซ่อนไว้หรือไม่ นอกจากนั้น ยังจะมีการส่งรถพยาบาลใหม่ๆ และยานยนต์ทหาร 30 คันเข้าไปดูแลการบังคับใช้ข้อห้ามออกจากบ้าน ภารกิจของคนเหล่านี้คือติดตามและหาตัวผู้มีอาการ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

แถลงการณ์ระบุว่าจะมีการตั้งหน่วยลาดตระเวน 7,000 นาย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข นักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม และสมาชิกชุมชน เพื่อดูแลแผนการกักบริเวณ ขณะที่หน่วยงานเพื่อเด็กของสหประชาชาติประกาศว่าได้ใช้เงินจากธนาคารโลก ลำเลียงหาอาหารและยา 48 ตัน รวมถึงถุงมือยางและอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ไปรักษาคนไข้ในเซียร์ราลีโอน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนกล่าวว่าการสั่งให้คนอยู่ฉพาะในบ้านพักจะไม่ช่วยควบคุมการระบาดของอีโบลา และอาจทำให้เชื้อกระจายไปอีก เนื่องจากมีการปกปิดผู้ติดเชื้อ

"จากประสบการณ์ของเราพบว่าการปิดเมืองและกักบริเวณไม่ได้ช่วยควบคุมไวรัสอีโบลา เพราะทำให้ผู้คนหลบหนีไปอีก ทั้งยังบั่นทอนความเชื่อใจกันระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข" แพทย์ไร้พรมแดนระบุ พร้อมเสริมว่าการตรวจตามบ้านต้องอาศัยความชำนาญในระดับสูง และหากพบผู้ติดเขื้อก็ยังขาดแคลนศูนย์ดูแลรักษา

ด้านชาวเซียร์ราลีโอนมีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป บ้างก็ยินดีกับการจำกัดบริเวณ แต่คนจำนวนมากวิตกว่าอาหารและของใช้จำเป็นอาจหมดลงหากถูกจำกัดบริเวณนานเกินไป

การระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดของไวรัสอีโบลาครั้งนี้ คร่าชีวิตชาวเซียร์ราลีโอน 149 ราย และยอดรวมผู้เสียชีวิตใน 3 ประเทศแอฟริกาตะวันตกขึ้นถึง 2,097 ราย ส่วนไนจีเรียมีผู้เสียชีวิต 8 ราย คองโกมีผู้เสียชีวิต 32 ราย แต่การระบาดในคองโกยังจำกัดอยู่ในป่าทึบในจังหวัดอีเควเตอร์ อันห่างไกล โดยอยู่ห่างจากเมืองหลวง 800 กม.

คองโกกำหนดเวลา 45 วันในการยับยั้งการระบาดของไวรัส โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการฝังศพผู้ติดเชื้ออย่างระมัดระวังและมีการป้องกันใน 23 หมู่บ้านที่มีการระบาด

ขณะเดียวกัน นายริค ซาครา แพทย์อเมริกันที่ติดเชื้ออีโบลาขณะปฏิบัติหน้าที่ในแผนกดูแลมารดาที่ไลบีเรีย มีอาการดีขึ้นหลังจากถูกนำตัวไปยังศูนย์การแพทย์เนบราสกา ถือเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอเมริกันคนที่ 3 ที่อพยพขากแอฟริกาตะวันตก

ภรรยาของนายริคกล่าวว่านายแพทย์ผู้นี้ป่วยและอ่อนแรงมาก แต่อาการดีขึ้นเล็กน้อย และขอกินอะไรนิดหน่อย ศูนย์การแพทย์เนบราสกากล่าวว่ากำลังมีการพิจารณาที่จะใช้เซรุ่มจากผู้ป่วยที่รอดชีวิต หรือยาที่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของไวรัสแต่ยังไม่เคยทดลองในคน

ส่วนพยาบาลไนจีเรียที่เข้ารับการตรวจและถูกแยกตัวรักษาในโรงพยาบาลอิสราเอล หลังจากมีไข้นั้น ปรากฏว่าไม่ได้ติดไวรัสอีโบลา โดยพยาบาลผู้นี้เดินทางถึงอิสราเอลหลายวันแล้ว

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกหวังว่าจะมีการพัฒนาวัคซีนสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขภายในเดือนพ.ย.นี้ ด้านซาอุดีอาระเบียระงับการออกใบอนุญาตทำงานแก่ผู้ที่มาจากประเทศที่มีการระบาดของอีโบลา