วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค้าปลีกเวียดนามเร่งปรับตัวรับทุนไทย

บีเจซีส่งสัญญาณรุกตลาดค้าปลีกเวียดนาม หลังลงนามซื้อห้างค้าส่ง"เมโทร"ของเยอรมนี สาขาเวียดนาม มูลค่า 28,207ล้าน

การที่ บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (มหาชน) จำกัด หรือ บีเจซี ส่งสัญญาณรุกตลาดค้าปลีกเวียดนาม หลังลงนามซื้อห้างค้าส่ง "เมโทร" ของเยอรมนี สาขาเวียดนาม มูลค่า 28,207 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มผู้ค้าปลีกท้องถิ่นต้องปรับตัวขนานใหญ่ เพื่อต่อสู้แข่งขันกับสินค้าจากไทย

สำนักข่าวเวียดนาม นิวส์ รายงานว่า ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกของไทยรายนี้ ไม่เพียงแต่สนใจตลาดค้าปลีกที่ใหญ่โตของเวียดนามเท่านั้น แต่ยังหวังที่จะได้ประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปีหน้า ที่สมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ลดอัตราภาษีระหว่างกันลงมาเหลือ 0%

การที่บริษัทไทยสยายปีกเข้ามาในตลาดค้าปลีกเวียดนาม ก่อให้เกิดคำถามเรื่องผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกเวียดนาม ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ขณะนี้สินค้าเวียดนามวางขายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ อย่างเมโทรหรือบิ๊กซีเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว และลูกค้าในเมืองต้องการจับจ่ายซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายความว่าสินค้าเวียดนามจะขายดียิ่งขึ้นในห้างขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม หากบริษัทไทยเข้ามาในตลาดค้าปลีกเวียดนามมากขึ้น ย่อมมีสินค้าไทยเข้ามาแข่งขันเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อสินค้าเวียดนามอย่างแน่นอน เพราะสินค้าไทยส่วนใหญ่มีคุณภาพดีกว่า มีดีไซน์หลากหลาย และราคาแพงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันของเวียดนามไม่มากนัก

นอกจากนี้ การได้รับอานิสงส์จากมาตรการสนับสนุนผู้ผลิตและผู้ส่งออกชาวไทย ทำให้ผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่าย และร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าไทยในเวียดนาม พร้อมที่จะขายสินค้าไทยอยู่เสมอ

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติเวียดนามระบุว่า ช่วง6 เดือนแรกของปีนี้เวียดนามขาดดุลการค้าไทยเพิ่มขึ้นเป็น 1,370 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 44,114 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งจึงเตือนว่า เป็นไปได้ที่สินค้าอุปโภคบริโภคของเวียดนามอาจไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าไทยได้ ขณะที่บางคนไม่สนใจ มองว่าไม่ใช่สาเหตุที่ต้องกังวลมาก

นักวิเคราะห์เตือนด้วยว่า ทั้งผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายต้องเร่งปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจ หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ตั้งระบบกระจายสินค้าที่ยืดหยุ่น และเสนอมาตรการจูงใจให้กับร้านค้าปลีก หากต้องการให้สินค้าเวียดนามแข่งขันกับสินค้าไทยคู่แข่งได้ พร้อมแนะนำว่า ร้านค้าปลีกเวียดนามจะต้องร่วมมือกันผูกขาดส่วนแบ่งตลาด และกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้สินค้าเวียดนามเท่านั้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้บริโภคเวียดนามที่นิยมสินค้าไทยลดลงอย่างมาก เห็นได้จากไม่ค่อยมีลูกค้าหลั่งไหลมาซื้อสินค้าไทยบริเวณพรมแดนมากมายเหมือนเมื่อก่อน ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยที่ขายในตลาดค้าปลีกบิงเตย ทางภาคใต้ของเวียดนามมีจำนวนน้อยมาก เนื่องจากสินค้าเวียดนามมีคุณภาพและการออกแบบดีขึ้น ราคาถูกลง จึงมีความสามารถในการแข่งขันได้มากกว่าเดิม