จีนหวังพึ่งนวัตกรรม เป็นหนทางในการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ในเขตพัฒนาพิเศษชงกวนชุน ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหานครปักกิ่งนั้น เป็นที่รู้กันดีว่าคือพื้นที่สำหรับการเริ่มต้นความคิดสร้างสรรค์ โดยรัฐบาลท้องถิ่นได้ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับบริษัทที่มีห้องทดลองเพื่อคิดอุปกรณ์ที่ทันสมัย หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ในชงกวนชุน หรือที่เรียกกันว่า "ปักกิ่ง เมคเกอร์สเปซ"
หลายบริษัทที่มีความฝันจะสร้างสรรค์อุปกรณ์ใหม่ๆ เช่น เครื่องชั่งน้ำหนักสำหรับที่ให้คำแนะนำด้านสมรรถภาพทางกาย ตัวเซ็นเซอร์สำหรับไม้เบสบอลของแบตเตอร์ หรือ ผู้ตีลูกในกีฬาเบสบอล ที่สามารถใช้ในทีมระดับอาชีพได้ รวมถึงสร้อยข้อมือที่สามารถใช้เพื่อติดตามเด็กหาย ซึ่งในห้องทดลองในเขตชงกวนชุนนั้น มีนักประดิษฐ์ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ของนวัตกรรมในประเทศให้เกิดขึ้น และใช้งานได้จริง โดยพวกเขาถือว่าเป็นโอกาสที่จะพัฒนาสินค้าด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตีตลาดผู้ใช้ทั่วโลก
บรรดาบริษัทอิเล็กทรอนิกส์เครือข่ายยักษ์ใหญ่ของจีน จึงได้มีการปรับเปลี่ยนชนิดของสินค้าในการผลิตจากแทบเล็ตอย่าง ไอแพด เป็นเครื่องเล่นเกมส์ เอ็กซ์บ็อกซ์ เพื่อให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงอนุญาตให้บรรดานักประดิษฐ์ของบริษัทในเครือ สามารถคิดค้นโครงการสิ่งประดิษฐ์ของตนเองภายในโรงงานจนกระทั่งสำเร็จเป็นชิ้นงานได้อีกด้วย
ที่ผ่านมา จีนหวังพึ่งนวัตกรรม เป็นหนทางในการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และเมินเฉยต่อเสียงวิจารณ์ถึงความสำเร็จที่ได้มาว่า เป็นแค่การลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์จากชาติอื่นๆ เท่านั้น แต่กลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นคลื่นลูกใหม่ในขณะนี้ สามารถดึงดูดความสนใจได้จากนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความสำเร็จของบริษัทเกิดใหม่หลายราย อย่าง เสียวหมี่ อิงค์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน และแอพมือถือ ที่กำลังมาแรง
จีนยังวางเติมพันว่า นวัตกรรมจะช่วยให้เศรษฐกิจของตัวเอง พัฒนาไปไกล ไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะด้านการผลิต ส่งออก และการใช้จ่ายของรัฐบาลอีกต่อไป โดยในการประชุมเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา บรรดาเจ้าหน้าที่วางแผนเศรษฐกิจระดับสูงของจีน เรียกร้องให้มีการกำหนดให้ การพัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นใหม่ เป็นส่วนหนึ่้งของความพยายามในวงกว้าง ที่จะยกระดับประเทศขึ้นมาเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต
รัฐบาลแดนมังกรยังลงทุนในหลายๆ ด้าน เพื่อช่วยผลักดันกระบวนการดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ รวมถึง การให้คำมั่นใช้จ่าย 120,000 ล้านหยวนในปีนี้ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ท้องถิ่น ที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น
ปัจจุบัน บริษัทจีนบางราย แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ดีเยี่ยม ในภาคอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศ อาทิ สมาร์ทโฟน โดยเลอโนโว กรุ๊ป อิงค์ และเสียวหมี่ ต่างผลิตโทรศัพท์ ซึ่งมีฟีเจอร์ และราคาในระดับที่สามารถแข่งขันได้ ทั้งยังสามารถรุกเข้าไปในตลาดต่างแดนได้ด้วย
แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า แม้จะประสบความสำเร็จในเรื่องการพัฒนาด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี แต่จีนยังต้องต่อสู้ปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายบริษัทรายใหม่เป็นอย่างมาก ที่มีความกังวลว่าจะถูกขโมยความคิดในการทำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย





