แผนบรรเทาทุกข์รัสเซียหรือปฏิบัติการม้าโทรจัน เป็นเพียงฉากบังหน้า การส่งกองกำลังเข้าไปในดินแดนขัดแย้ง
รัสเซียส่งรถบรรทุกขนสิ่งของมากมายเข้าไปในภาคตะวันออกของยูเครน อ้างว่าเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม กลับยิ่งสร้างความสงสัย และตึงเครียดให้กับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนี้หนักขึ้น เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่า รัสเซียมีจุดประสงค์ ช่วยเหลือกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนออกจากยูเครน
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน มีท่าทีว่าจะยืดเยื้อยาวนาน และทวีความรุนแรง ล่าสุด เว็บไซต์ของเมืองลูกันสก์ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (11ส.ค.)ว่า ประชาชนในเมือง ซึ่งตั้งอยู่ด้านพรมแดนตะวันออกของประเทศ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เป็นวันที่ 9 แล้ว และอยู่โดยปราศจากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งอาหาร พลังงาน และความช่วยเหลือทางการแพทย์ บรรดาร้านรวงในเมืองก็พากันปิดตัวลง ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถจ่ายค่าจ้างให้พนักงานมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือน
ยิ่งไปกว่านั้น ชาวเมือง ต้องอดทนกับความร้อนช่วงกลางวันที่อุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส โดยไม่สามารถเปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ เพราะไม่มีกระแสไฟฟ้า แถมประชาชน ที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองราว 425,000 คน ส่วนหนึ่งอพยพออกนอกพื้นที่ จนเหลือผู้อาศัยเพียง 250,000 คนเท่านั้น
สื่อรัสเซียอ้างว่า รถบรรทุกคามาซกว่า 280 คัน บรรทุกอุปกรณ์และสิ่งของบรรเทาทุกข์รวม 2,000 ตัน เพื่อมอบให้กับเจ้าหน้าที่กาชาด บริเวณชายแดนยูเครน เช่นเดียวกับรัฐมนตรีกระทรวงฉุกเฉินของรัสเซีย ที่กล่าวว่า รถบรรทุกเหล่านี้จะไม่ข้ามพรมแดนเข้าไปในยูเครนเด็ดขาด และเมื่อข้ามเขตประเทศไปแล้ว หน้าที่การตัดสินใจทั้งหมด สำหรับการจัดสรรและการนำอุปกรณ์ไปใช้จะขึ้นอยู่กับองค์กรกาชาดสากล
ทางการมอสโก ให้ข้อมูลว่า อุปกรณ์บรรเทาทุกข์เหล่านี้ ได้รับบริจาคจากประชาชนและผู้อาศัยในกรุงมอสโก ประกอบไปด้วย ธัญพืชหนัก 400 ตัน น้ำตาล 100 ตัน อาหารสำหรับเด็กทารก 62 ตัน ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ 54 ตัน ถุงนอน 12,000 ชุด และเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า 69 เครื่อง
แต่โฆษกกาชาดสากล นายอันเดร เลอร์ช แถลงว่า หน่วยงานมีหน้าที่ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในพื้นที่ขัดแย้ง ไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุที่บรรทุกมากับรถบรรทุกของรัสเซีย และตอบไม่ได้ว่า ขบวนรถดังกล่าวจะมีทิศทางมุ่งหน้าไปยังที่ใด ทั้งยังไม่มีข้อตกลงใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงความพยายามของรัสเซียเพียงฝ่ายเดียว
ด้านเลขาธิการขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ อันเดอร์ส ฟอว์ รัสมุซเซน มองว่า มีความเป็นไปได้สูงที่รัสเซียจะแฝงเอากองกำลัง และอาวุธเข้าไปกับขบวนรถดังกล่าว เนื่องจากรัสเซียเคยทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จะเห็นได้จากการที่มีทหารรัสเซียจำนวนมากเข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ของยูเครน แบบไม่เกรงกลัวกฎหมายระหว่างประเทศ
สอดคล้องกับคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส นายโลรอง ฟาบิอุส ที่เตือนว่า การส่งอุปกรณ์บรรเทาทุกข์เข้าไปในยูเครน เป็นเพียงฉากบังหน้า การส่งกองกำลังเข้าไปในดินแดนขัดแย้ง
โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ออกมาตอบโต้ว่า กาชาดสากลและรัฐบาลยูเครน ได้ทำข้อตกลงกับทางยูเครน และข่าวเรื่องการนำกองกำลังแฝงเข้าไปกับขบวนรถดังกล่าว เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี


