นักวิจัยชี้ ต้นตอการระบาดของไวรัสอีโบล่าล่าสุด อาจแพร่เชื้อโดยเด็กชายวัย 2 ขวบ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในกินี
จากรายงานของทีมนักวิจัย ที่เขียนลงในวารสารการแพทย์ นิว อิงแลนด์ ระบุว่า ต้นตอการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาที่ใหญ่ที่สุดและอันตรายที่สุดในโลกครั้งนี้ มาจากเด็กชายวัย 2 ขวบ ที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในกินี ใกล้กับพรมแดนของเซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย
รายงานระบุว่า เด็กชายเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่ไม่ปรากฎ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ปีก่อน และอีก 1 สัปดาห์ถัดมา แม่ของเขาก็เสียชีวิต ตามด้วยพี่สาววัย 3 ขวบและยาย นอกจากนี้ยังพบว่า คนที่ไปร่วมพิธีฝังศพของผู้เป็นยาย กลายเป็นผู้ที่นำเชื้อไวรัสไปแพร่ยังหมู่บ้านอื่นด้วย
เหยื่อในช่วงแรก ต่างมีอาการของผู้ติดเชื้ออีโบลา แต่การระบาดกลับเกิดขึ้นในพื้นที่บางส่วนของแอฟริกาที่ไม่เคยมีประวัติการระบาดของโรคนี้ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขก็ไม่เคยผ่านการฝึกในการสังเกตหรือรักษาโรคนี้มาก่อน นอกจากนี้ การที่เป็นภูมิภาคที่มีการเดินทางสัญจรกันอย่างคับคั่ง ทำให้ยิ่งยากที่จะติดตามรอยผู้ติดเชื้อหรือกักโรคได้
เมื่อเดือนมีนาคม หน่วยแพทย์ไร้พรมแดนได้ช่วยระบุพื้นที่แพร่ระบาดและรับมือกับการระบาดของอีโบลา ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขคิดว่า พวกเขาจะยับยั้งโรคนี้ได้ภายในเดือนเมษายน แต่การระบาดกลับยิ่งแพร่กระจายหลังจากนั้น และเลวร้ายลงเรื่อยๆ และตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการในขณะนี้ คือ 1,779 คน รวมทั้งผู้เสียชีวิต 961 คน แต่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขเชื่อว่าอาจจะมีมากกว่านี้ ขณะที่องค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของอีโบลาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับนานาชาติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


