ธนาคารมาเลเซียแข่งกันเสนอดอกเบี้ยอัตราสูง เพื่อระดมเงินฝาก ท่ามความกังวลว่าสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก
การแข่งขันกันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ธนาคารใหญ่อันดับสองของมาเลเซีย เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนจาก 3.15% เป็น 3.4% ถือว่าเป็นระดับสูงสุดในบรรดาธนาคารรายใหญ่ และสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อล่าสุด 3.3% เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ซีไอเอ็มบีเสนออัตราดอกเบี้ยเชิงรุกโดยไม่มีใครคาดคิด และอาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันรอบใหม่สำหรับเงินทุนต้นทุนต่ำ
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ทั้งมลายัน แบงกิง หรือเมย์แบงก์ และพับลิคแบงก์ อาจถูกบีบให้ต้องเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่สูงขึ้น เพื่อดึงเงินฝาก ในความพยายามที่จะทำให้การปล่อยสินเชื่อขยายตัวตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 10% และ 12% ตามลำดับ
ทั้งนี้ นับจากธนาคารกลางมาเลเซียขึ้นอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน 0.25% เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยคงที่ก็ค่อย ๆ ขยับขึ้นทีละน้อย
เมย์แบงก์ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นธนาคารที่น่าเชื่อถือ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยคงที่สำหรับเงินฝากประจำ 12 เดือนอีก 0.15% มาอยู่ที่ 3.3% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนของพับลิกแบงก์อยู่ที่ 3.5% ต่อปี
หลังจากนั้นธนาคารส่วนใหญ่ล้วนขึ้นดอกเบี้ยตามๆ กันมา ในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป สำหรับเงินฝากตั้งแต่หนึ่งเดือนถึง 12 เดือน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากที่ 0.25% ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด และไม่น่าจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นมามากนัก เพราะสภาพคล่องยังอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์กำกับดูแลสถาบันการเงิน ซึ่งส่งสัญญาณให้ธนาคารแข่งขันกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การแข่งขันหาเงินฝากประจำ ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนราคาถูกของธนาคาร เป็นผลมาจากอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก หรือแอลดีอาร์ สูงขึ้นในช่วงห้าปีที่ผ่านมา หมายความว่าสินเชื่อเติบโตเร็วกว่าเงินฝากประจำ สิ้นเดือนมีนาคมปีนี้ แอลดีอาร์ของเมย์แบงก์อยู่ที่ 91% สูงที่สุดตั้งแต่เดือนกันยายน 2549 ส่วนพับลิกแบงก์อยู่ที่ 86.8% และซีไอเอ็มบี กรุ๊ปอยู่ที่ 89.4% ชี้ให้เห็นว่าสภาพคล่องตึงตัว
นายธนาคารคนหนึ่งกล่าวว่า เมย์แบงก์ซึ่งตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในประเทศ 12% ในปีนี้ อาจต้องขยายฐานสินเชื่อควบคู่กันไปด้วย ทำให้เมย์แบงก์มีแอลดีอาร์สูง ในการทำเช่นนี้ เป็นไปได้ว่าเมย์แบงก์ต้องเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่า นำไปสู่การแข่งขันเสนอดอกเบี้ยเงินฝากกันอย่างดุเดือดในวงการธนาคาร
ด้านซีไอเอ็มบี รีเสิร์ช กล่าวว่า ธนาคารที่ไม่ต้องการแข่งเรื่องดอกเบี้ยเงินฝาก อาจต้องตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อต่ำลง เนื่องจากไม่สามารถหาเงินมาปล่อยกู้ได้เพียงพอ
ในช่วงเวลาห้าปี แอลดีอาร์ของภาคธนาคารเพิ่มขึ้นจาก 74.4% ในเดือนมีนาคม 2552 เป็น 80.7% ในเดือนมีนาคมปีนี้ ขณะเดียวกันเงินฝากมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี หรือซีอาร์จีอาร์ ช้ากว่า ที่ 9.4% ส่วนสินเชื่อมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม 11.2% ต่อปี
แม้ว่านักวิเคราะห์จะมองว่า ปีนี้สินเชื่อจะเติบโตช้าลงในอัตรา 9.5-10.5% พวกเขาคาดว่า เงินฝากโดยรวมของภาคธนาคารจะเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าระหว่าง 8-9% อาจเป็นผลจากมีทางเลือกในการลงทุนหลายทาง ความสนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งอาจขัดขวางไม่ให้ผู้บริโภคฝากเงินธนาคารอันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจน้อยกว่า


