นักวิทยาศาสตร์ที่ตามรอยไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก สิ่งที่ติดตาม ไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนด้านไวรัสวิทยา
สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ตามรอยไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก สิ่งที่ติดตาม ไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนด้านไวรัสวิทยาและโครงสร้างลักษณะตามพันธุกรรม แต่อยู่ที่ว่าเชื้อโรคนี้ระบาดไปได้อย่างไร
บรรดาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่ได้ดำเนินมาตรการเพื่อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศในภูมิภาค โดยสมาคมการเดินทางทางอากาศ ระบุว่า องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางทางอากาศ หรือปิดพรมแดน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคชี้ว่า ความเสี่ยงที่ไวรัสจะข้ามทวีปนั้นต่ำมาก แต่การตามรอยทุกคนที่อาจสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ เป็นสิ่งสำคัญในการศึกษาเส้นทางการระบาดในแอฟริกาตะวันตก
ในกรณีของไนจีเรียนั้น ชายไลบีเรีย ที่ติดเชื้อและบินเข้าไปในไนจีเรีย จนเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องตามรอยผู้โดยสารทั้งหมด รวมถึงคนอื่นที่อาจพบเจอกับชายคนนี้ เพื่อป้องกันการระบาดไปยังประเทศอื่น
การระบาดครั้งล่าสุดของอีโบลา เริ่มต้นที่กินี เมื่อเดือนก.พ. จากนั้นก็ลามไปไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน มีผู้ติดเชื้อกว่า 1,300 คน เสียชีวิต 729 ราย ถือเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีการค้นพบไวรัสอีโบลาเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว
การระบาดจากกินีไปไลบีเรีย เมื่้อเดือนมี.ค. สะท้อนว่า การตามรอยการดำเนินชีวิตของผู้คน ความสัมพันธ์ และปฏิสัมพันธ์ จะเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมการระบาด โดยนักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญไวรัสเชื่อว่า ต้นตอแรกในกรณีนี้ น่าจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไปตลาดในกินี พอกลับมาถึงหมู่บ้านทางเหนือของไลบีเรีย ซึ่งอยู่ติดกัน ก็เกิดอาการป่วย
น้องสาวของหญิงคนนี้ คอยทำหน้าที่ดูแลเธอ ทำให้ติดไวรัสไปด้วยและพี่สาวเสียชีวิตไปด้วยอาการเลือดไหลไม่หยุด ส่วนน้องสาว ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายและกลัวประสบชะตากรรมเดียวกับพี่สาว จึงเดินทางไปหาสามี ซึ่งเป็นคนงานที่ทำงานในโรงงานผลิตยางอีกฟากหนึ่งของไลบีเรีย เธอจึงนั่งแท๊กซี่ ไปผ่านกรุงมอนโรเวีย ติดต่อสัมผัสคน 5 คน ซึ่งต่อมาติดเชื้อและเสียชีวิต จากนั้นเธอก็โดยสารรถจักรยานยนต์ ไปยังสวนยางแล้วตามรอยไม่พบ
ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อในไลบีเรีย 329 คน เสียชีวิต 156 ราย ซึ่งไม่ใช่ทุกรายที่เชื่อมโยงจากกรณีของผู้หญิงไปตลาดที่กินี
ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสจากมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ เดเรก เกเธอเรอร์ ที่ตามรอยการระบาดในแอฟริกาตะวันตกอย่างใกล้ชิด ตั้งข้อสังเกตว่า แม้อีโบลาไม่ได้ระบาดทางอากาศและไม่ถือว่าเป็นไวรัสที่ติดต่อง่าย แต่การเดินทางข้ามพรมแดนของผู้คน ช่วยให้ไวรัสแพร่กระจายไปได้ง่ายดาย
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อชี้ว่า ความเสี่ยงที่ไวรัสอีโบลาจะออกจากแอฟริกามายังยุโรป เอเชีย หรืออเมริกามีต่ำมาก ส่วนหนึ่งเพราะความรุนแรงของอาการ โดยผู้ป่วยที่อยู่ในระยะอันตรายมากที่สุดคือ ขั้นสุดท้ายที่มีเลือดออกทั้งภายในและภายนอก อาเจียนและท้องร่วงอย่างหนัก อาการเหล่านี้ ล้วนเป็นอาการร้ายแรงของไวรัสที่มีการติดต่อ และคนที่ป่วยถึงขั้นใกล้ตายนี้ ก็ไม่น่าจะเดินทางได้





