"การเมืองไร้เสถียรภาพ และตลาดทุนยังไม่เติบโตเต็มที่ ทำให้เอเชียไม่มีโอกาสนำเงินทุนราคาถูก"
วิกฤติโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย
การเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่นานมานี้ อาจถือเป็นแค่จุดเริ่มต้นสำหรับภาระหนักหนาสาหัส ที่ว่าที่ผู้นำคนใหม่ต้องเผชิญ เป็นปัญหาที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน หลบเลี่ยงมาตลอดสิบปีที่ครองอำนาจ รวมถึง เรื่องการสร้างทางรถไฟ 20 ไมล์จากกรุงจาการ์ตาไปยังสนามบินนานาชาติที่แสนหนาแน่น
เส้นทางรถไฟเชื่อมสนามบินที่หยุดชะงักไปนาน เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานหนึ่งในจำนวนสิบกว่าโครงการ ที่รอให้ประธานาธิบดีคนใหม่พิจารณา ซึ่งทั้งอดีตนายพลปราโบโว สุเบียนโต และนายโจโก วิโดโด ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา ต่างรับปากว่าจะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าคร่ำคร่าของอินโดนีเซีย
สำหรับนายยูโดโยโน ที่จะพ้นตำแหน่งในเร็ว ๆ นี้ เคยจัดการประชุมสุดยอดโครงสร้างพื้นฐานเมื่อปี 2548 เพื่อดึงดูดการลงทุน รัฐบาลของเขาได้ขยายท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สร้างทางรถไฟที่ทันสมัยแห่งแรก ระหว่างเมืองใหญ่สุดของอินโดนีเซียสองเมือง และสนามบินนานาชาติใหญ่อันดับสองของประเทศบนเกาะสุมาตราเหนือ แต่โครงการอื่น ๆ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่วางแผนไว้ไม่เคยลงมือก่อสร้างเลย
ธนาคารโลกเคยกล่าวเตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซียยังคงติดขัดอยู่ที่ราวครึ่งหนึ่ง จากก่อนเกิดวิกฤติการเงินเอเชียในปี 2540-2541 วิกฤติคราวนั้นบั่นทอนการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไปอีกหลายปี
บริษัทต่างชาติหลายแห่ง กล่าวว่า ไม่อยากเพิ่มการลงทุนในอินโดนีเซียเพราะโครงสร้างพื้นฐานไม่ดี แม้กระนั้นอินโดนีเซียก็ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ต้องเผชิญสภาพนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียหรือเอดีบีเตือนว่า ปัญหาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหยุดชะงักกำลังเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ฉุดรั้งการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค
ความล่าช้าในระบบราชการ การเมืองไร้เสถียรภาพ และตลาดทุนยังไม่เติบโตเต็มที่ ทำให้เอเชียไม่มีโอกาสนำเงินทุนราคาถูก ผลพวงจากนโยบายการเงินผ่อนคลายของสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย มาทำโครงการโครงสร้างพื้นฐานของตนได้
สิ่งที่น่ากังวลคือเมื่อกระแสเงินทุนโลกลดน้อยลงและอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเอเชียจะยิ่งยากขึ้นไปอีก
เอดีบีประเมินว่าเอเชียต้องลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานอย่างน้อย 800,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือ 6% ของผลผลิตมวลรวม (จีดีพี) ของเอเชีย แต่จากข้อมูลของธนาคารโลก ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2545 การลงทุนภาคเอกชนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย เติบโตเฉลี่ยปีละ 1.5% ต่ำกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในช่วงเดียวกันที่เฉลี่ยปีละ 8.3% อยู่มาก


