นายกฯเยอรมนีระบุข้อกล่าวหาพนักงานหน่วยงานข่าวกรองของเยอรมนีทำตัวเป็นสายลับสอดแนมให้สหรัฐเป็นเรื่องร้ายแรง
นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลของเยอรมนี ระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องพนักงานหน่วยงานข่าวกรองของเยอรมนีทำตัวเป็นสายลับสองหน้าสอดแนมให้สหรัฐเป็นเรื่องร้ายแรง
ก่อนหน้านี้ สื่อในเยอรมนีได้รายงานข่าวเรื่องพนักงานวัย 31 ปีในหน่วยงานข่าวกรองเยอรมนี หรือ บีเอ็นดี ที่ถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ลอบส่งข้อมูลให้สหรัฐมานาน 2 ปี และทางกระทรวงต่างประเทศเยอรมนีได้เรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐเข้าชี้แจงแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ล่าสุด นางแมร์เคิล กล่าวระหว่างแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งวันนี้ (7 ก.ค.) ว่า หากข้อกล่าวหานี้เป็นจริงจะถือเป็นเรื่องร้ายแรงและจะขัดแย้งอย่างชัดเจนกับสิ่งที่เธอเชื่อว่าเป็นความร่วมมืออย่างเชื่อใจกันระหว่างหน่วยงานและประเทศที่เป็นหุ้นส่วนกัน และรัฐบาลเยอรมนีก็คัดค้านการสอดแนมไม่ว่าจะมาจากที่ใดก็ตาม ด้านนายหลี่กล่าวว่า จีนเองก็คัดค้านการโจมตีเช่นนี้ และบอกว่าทั้งจีนและเยอรมนีล้วนตกเป็นเหยื่อการสอดแนม
นอกจากนั้น รัฐมนตรีมหาดไทยเยอรมนี "นายโทมัส เด ไมซีเรอ" ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ในประเทศเมื่อสุดสัปดาห์ว่า หวังว่าทุกฝ่ายรวมทั้งสหรัฐจะช่วยเร่งให้ข้อกล่าวหานี้เกิดความกระจ่าง ด้านอัยการเยอรมนียืนยันเพียงว่า ชายคนหนึ่งถูกจับกุมเมื่อวันพุธที่แล้วฐานต้องสงสัยทำงานให้หน่วยข่าวกรองต่างชาติ ขณะที่สื่อเยอรมันอ้างเจ้าหน้าที่ความมั่นคงว่า หลักฐานทั้งหมดชี้ว่า ชายคนนี้ทำงานให้สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือ ซีไอเอ และได้ลอบส่งเอกสารมากกว่า 200 ชิ้นแลกกับค่าตอบแทน 25,000 ยูโร หรือราว 1.12 ล้านบาท


