กษัตริย์ใหม่สเปนกับ3โจทย์ยาก ซึ่งประเด็นเศรษฐกิจดูจะเป็นโจทย์หินที่สุด
ข่าวการเสด็จขึ้นครองราชย์ของเจ้าชายเฟลิเป้ ขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ ของสเปน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สร้างความยินดีแก่ประชาชนชาวสเปนทั่วประเทศ ทั้งยังเป็นเรื่องที่หลายๆประเทศที่ยังปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ควรร่วมยินดี แต่สำหรับกษัตริย์เฟลิเป้แล้ว ชั่วโมงแห่งความยินดี อาจไม่ยาวนานนัก เพราะต้องทรงเผชิญภารกิจท้าทายหลักๆสามเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ ที่ชะลอตัวมานานถึง 6 ปีเต็ม ต้องรับมือกับกระแสเรียกร้องให้จัดประชามติ เพื่อยกเลิกระบอบกษัตริย์ และการขอแยกตัวเป็นเอกราช ของแคว้นคาตาโลเนีย ที่จะจัดประชามติเรื่องนี้ในเดือนพ.ย.
เริ่มที่โจทย์แรก คือการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะล่าสุด ผู้ว่าการธนาคารกลางสเปน นายลูอิส มาเรีย ลินเด ออกมาคาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสเปน จะอยู่ที่ประมาณ 1% เท่านั้นในปีนี้ ซึ่งตัวเลขเท่ากับที่ คณะกรรมาธิการยุโรปและรัฐบาลสเปน ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ยกเว้น สมาพันธ์องค์กรธุรกิจ และสมาคมธนาคารออมทรัพย์ของสเปน ที่เห็นต่าง โดยระบุว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 1.2% ในปี 2557
แต่นายลินเด ก็เตือนว่า ถึงแม้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ จะปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้ ในบางภาคส่วน แต่ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสเปน ยังไม่ได้รับการแก้ไข และสเปน ควรเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขัน และควรมีการปฏิรูปด้านแรงงาน และปรับปรุงเรื่องบำเหน็จบำนาญบางส่วน
ขณะที่ สถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน ระบุในรายงานเบื้องต้นว่า สเปน ยังประสบปัญหาการว่างงานอยู่ในระดับสูงถึง 26%
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเศรษฐกิจดูจะเป็นโจทย์หินที่สุด ในบรรดา 3 โจทย์ ที่กษัตริย์พระองค์ใหม่ของสเปน ต้องแก้ให้ได้ ให้สมกับที่ชาวสเปน คาดหวังในตัวพระองค์ ในฐานะที่ไม่เคยทรงมีเรื่องอื้อฉาวใดๆ จึงทรงเป็นที่นิยมยกย่องของชาวสเปน และชาวสเปนส่วนใหญ่ ก็อยากเห็นพระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แทนอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส พระราชบิดา
ในช่วงหลายปีมานี้ ที่สเปน ประสบวิกฤติการเงิน ได้เกิดเสียงวิจารณ์มากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยพระบิดาของพระองค์ จนนักการเมืองฝ่ายค้านบางคน เรียกร้องให้พระองค์ทรงสละราชสมบัติ และเรียกร้องให้มีการยกเลิกระบอบกษัตริย์ เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ
หลังจากอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ทรงประกาศสละราชสมบัติ ก็มีชาวสเปนหลายหมื่นคน เดินขบวนตามท้องถนน ทั้งในกรุงมาดริด เมืองบาร์เซโลนา และอีกหลายเมืองทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดลงประชามติทั่วประเทศว่า สมควรยกเลิกระบอบกษัตริย์ และเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบสาธารณรัฐหรือไม่
ประเด็นยกเลิกระบอบกษัตริย์หรือไม่ รวมทั้งประเด็นการแยกตัวเป็นเอกราช ของแคว้นคาตาโลเนีย มีความสำคัญก็จริง แต่ยังเป็นรองเรื่องปากท้อง หรือการกินดีอยู่ดี ของประชากรในประเทศ เพราะหาก กษัตริย์ฟิลิเป้ ทรงแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และทำให้อัตราว่างงานในประเทศเหลือศูนย์% เสียงเรียกร้องให้ยกเลิกระบอบกษัตริย์ หรือ เสียงเรียกร้องขอแยกประเทศก็จะหมดไปเอง





